⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 436/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 436/2511

ป.วิ.อาญา ม.212, 220

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนา ซึ่งเป็นความผิดที่หนักกว่าความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส ถือเป็นการอุทธรณ์ในทำนองขอให้ลงโทษจำเลยให้หนักขึ้น จึงไม่เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทำร้ายร่างกายผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่มีเจตนาฆ่า โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนา ถือได้ว่าเป็นอุทธรณ์ในทำนองขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลยให้หนักขึ้นอยู่ในตัว ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษาเพิ่มโทษจำเลยให้หนักขึ้นได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใช้ปืนตีและใช้มีดปลายแหลมแทงผู้เสียหาย โดยเจตนาจะฆ่าขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ในขั้นต้นจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ได้กลับให้การรับสารภาพในภายหลัง เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยใช้ไม้ตีและใช้มีดแทงผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่มีเจตนาจะฆ่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ ให้จำคุก ๑ ปี ลดโทษตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๘ เดือน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยมิได้มีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย แต่ถือว่าจำเลยทำผิดล่วงเกินญาติผู้ใหญ่อย่างร้ายแรง และคำรับสารภาพของจำเลยก็เป็นการรับโดยจำนนต่อพยาน และไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา พิพากษาแก้เป็นให้จำคุกจำเลย ๒ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าคน เมื่อข้อเท็จจริงมิได้ความว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า ศาลอุทธรณ์ต้องพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จะพิพากษาเพิ่มโทษจำเลยไม่ได้นั้น การที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนา ถือได้ว่าเป็นอุทธรณ์ในทำนองขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลยให้หนักขึ้นอยู่ในตัว ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษาเพิ่มโทษจำเลยให้หนักขึ้นได้ จึงไม่เป็นการต้องห้ามตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๒ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 436/2511 พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายวิรัช หรือแป๊ว ศิริคุณานนท์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา · ล. - นายวิรัช หรือแป๊ว ศิริคุณานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · ถาวร หุตะโกวิท · ใหญ่ ศาลยาชีวิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายดำรง สายเชื้อ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม เพชรคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 1635/2493ฎีกา 7722/2544ฎีกา 1826/2547ฎีกา 512/2559ฎีกา 1331/2520ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1715/2545ฎีกา 4385/2562ฎีกา 628/2493ฎีกา 2891/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 8131/2548ฎีกา 2590/2524ฎีกา 7878/2538ฎีกา 892/2507ฎีกา 4883/2541ฎีกา 3811/2528ฎีกา 321/2482ฎีกา 9984/2553ฎีกา 2651/2517ฎีกา 1184/2546ฎีกา 8404/2540ฎีกา 594/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา