⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 50/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 50/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิด แม้จะมิใช่การกระทำในที่เกิดเหตุโดยตรง ก็ถือเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยคอยรับถุงแป้งมันสำปะหลังจากคนร้ายที่ลักมาลงบรรทุกเรือของจำเลยซึ่งจอดคอยรับบรรทุกอยู่ที่ท่าน้ำริมตลิ่งห่างจากโกดังที่คนร้ายไปเอาแป้งมา 30 วา อันมิใช่รับส่งกันในที่เกิดเหตุ จึงถือว่าเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิด ดังนี้ จำเลยย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ประกอบด้วยมาตรา 86 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 83 จำคุก 9 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 86 จำคุก 6 เดือน ต้องห้ามมิให้ฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกที่ยังหลบหนีอีก ๑ คน บังอาจร่วมกันเป็นคนร้ายลักแป้งมันสำปะหลังของเจ้าทรัพย์ หรือบังอาจร่วมกันรับเอาแป้งดังกล่าวที่ถูกลักไว้โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗, ๘๓ และขอให้คืนของกลางแก้เจ้าทรัพย์ด้วย จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพในข้อหาฐานรับของโจรตามฟ้องจริง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๘๓ วางโทษจำคุก ๙ เดือน จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ ให้วางโทษจำคุก ๘ เดือน ลดรับแล้วเหลือจำคุกจำเลยที่ ๒ สี่เดือน คืนของกลางแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕ ประกอบด้วยมาตรา ๘๖ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ หกเดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย แต่โดยเฉพาะสำหรับปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ เพราะศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ เพียง ๙ เดือน ซึ่งไม่เกิน ๑ ปี แต่ศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยที่ ๑ เพียง ๖ เดือน ซึ่งไม่เกินกำหนด ๑ ปี เช่นกัน แม้ศาลอุทธรณ์จะได้พิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ประกอบด้วยมาตรา ๘๖ ก็ตาม ส่วนในปัญหาข้อกฎหมายนั้น ข้อเท็จจริงรูปคดีน่าเชื่อว่าจำเลยที่ ๑ รู้เท่าถึงการณ์แล้ว ฯลฯ และการที่จำเลยที่ ๑ จอดเรือห่างจากข้างหลังโกดัง ๑ ระยะ ๓๐ วา และอยู่ในเรือคอยรับแป้งลงเรือ อันมิใช่รับส่งของกันในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ผู้อื่นกระทำความผิดในขณะกระทำความผิดนั้น จำเลยจึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ ประกอบด้วยมาตรา ๘๖ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 50/2511 พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์ นายบุญมา ทับทิม ที่ 1 นายไทร นึกแก้ว ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา · ล. - นายบุญมา ทับทิม ที่ 1 นายไทร นึกแก้ว ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ลออง จุลกะเศียน · ชิต บุณยประภัศร · แถม สิริสาลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายบรรเทอง ภู่กฤษณา · ศาลอุทธรณ์ - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 824/2535ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1368/2509ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2936/2543ฎีกา 6863/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 4883/2541ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1386/2521ฎีกา 1184/2546ฎีกา 2724/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา