⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 738/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 738/2511

ป.พ.พ. ม.1300 · ป.วิ.แพ่ง ม.287

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีสิทธิตามคำพิพากษาที่ให้ขายทรัพย์สิน ย่อมมีสิทธิบังคับให้จดทะเบียนสิทธิได้ แม้คดียังไม่ถึงที่สุด และมีสิทธิบังคับคดีได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยขายที่พิพาทให้ผู้ร้อง ย่อมถือได้ว่าผู้ร้องมีสิทธิตามคำพิพากษาที่จะบังคับให้จดทะเบียนสิทธิได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1300 แม้คดีจะยังไม่ถึงที่สุดก็ตาม แต่ผู้ร้องก็มีสิทธิที่จะบังคับคดีได้แล้ว ดังนั้น ตราบใดที่ยังไม่มีการขายทอดตลาดที่พิพาท ผู้ร้องย่อมใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2511)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ศาลพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินโจทก์ จำเลยไม่ชำระโจทก์จึงนำพนักงานบังคับคดียึดที่ดินสวน ๑ แปลง เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องขัดทรัพย์ว่าที่ที่ยึดไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยเพราะศาลได้พิพากษาให้จำเลยขายแก่ผู้ร้องแล้ว ขอให้ถอนการยึด โจทก์ให้การว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ผู้ร้องไม่มีบุริมสิทธิเกี่ยวกับที่พิพาท และที่ว่าจำเลยเคยยื่นคำร้องขอขายให้แก่ผู้ร้องคดีก็ยังไม่ถึงที่สุด ไม่แน่ว่าผลของคดีจะเป็นประการใด จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์ย่อมมีอำนาจยึดได้ ศาลชั้นต้นสอบถาม ผู้ร้องแถลงว่าศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้จำเลยโอนขายที่พิพาทให้แก่ผู้ร้อง ตามคดีแดงที่ ๓๑๒/๒๕๐๗ ของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน พิพากษาว่าที่ดินยังเป็นของจำเลยอยู่ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้ปล่อย ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยขายที่พิพาทให้ผู้ร้อง ย่อมถือว่าผู้ร้องมีสิทธิตามคำพิพากษาที่จะบังคับให้จดทะเบียนสิทธิได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๐แม้คดีจะยังไม่ถึงที่สุด ผู้ร้องก็มีสิทธิที่จะบังคับคดีได้แล้วหากศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องก็ต้องเลิกการบังคับคดีไปเอง ฉะนั้นตราบใดที่ยังไม่มีการขายทอดตลาดที่พิพาทผู้ร้องย่อมใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๗ได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิยึดที่พิพาท พิพากษากลับ ให้ปล่อยทรัพย์ที่พิพาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 738/2511 นายอิ่ม ชูนิ่ม โจทก์ นายพรัด รักชาติ จำเลย นางสุดจิตต์ จิวสกุล ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอิ่ม ชูนิ่ม · จำเลย - นายพรัด รักชาติ · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นางสุดจิตต์ จิวสกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิตติ สีหนนทน์ · แถม สิริสาลี · อาจิต ไชยาคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายไพโรจน์ ไวกาสี · ศาลอุทธรณ์ - นายเพี้ยง บุญรักษา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 4677/2549ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 2451/2548ฎีกา 181/2512ฎีกา 663/2475ฎีกา 3745/2530ฎีกา 180/2502ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1145/2495ฎีกา 230/2501ฎีกา 15964/2553ฎีกา 1413/2508ฎีกา 541/2509ฎีกา 2116/2565ฎีกา 3139/2537ฎีกา 1480/2563ฎีกา 7214/2538ฎีกา 4832/2536ฎีกา 679/2532ฎีกา 1141/2540ฎีกา 3568/2548ฎีกา 5390/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา