⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 791/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบพยานบุคคลเพื่ออธิบายความหมายของสัญญาว่าให้ทำนาต่างดอกเบี้ยได้ แม้สัญญาจะระบุว่าไม่มีดอกเบี้ยก็ตาม ไม่ถือเป็นการสืบเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารสัญญา การที่เจ้าหนี้เข้าทำนาในที่ดินที่ลูกหนี้ให้ทำต่างดอกเบี้ย ถือเป็นการใช้สิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย หากลูกหนี้เข้าไปทำความเสียหายในที่ดินนั้น ถือเป็นการละเมิด

ย่อคำพิพากษา

หนังสือสัญญากู้ที่จำเลยกู้เงินโจทก์มีข้อความว่า ไม่มีดอกเบี้ย โจทก์มีสิทธินำสืบพยานบุคคลได้ว่าไม่มีดอกเบี้ยที่คิดเป็นเงิน แต่จำเลยยอมให้โจทก์ทำนาต่างดอกเบี้ยเพราะเป็นการสืบอธิบายความหมายของสัญญากู้ หาใช่เป็นการสืบเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารสัญญากู้ไม่ จำเลยมอบนาให้โจทก์ทำต่างดอกเบี้ย และโจทก์ได้เข้าทำนาตลอดมา เมื่อจำเลยยังไม่ได้ชำระหนี้เงินกู้ และโจทก์ยังไม่ส่งมอบนาคืน การที่จำเลยเข้าไปไถนาทับที่ย่อมเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ ๔,๐๐๐ บาท และมอบนาให้ทำต่างดอกเบี้ย จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน ปี ๒๕๐๗ โจทก์จ้างรถไถนาและหว่านข้าว จำเลยที่ ๑ กับที่ ๓ กลับสมคบกันเอารถเข้าไปไถนาทับที่ ทำให้โจทก์เสียหาย ๑,๒๓๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยใช้ต้นเงินกู้และค่าเสียหาย จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่า ได้กู้เงินโจทก์และมอบนาให้โจทก์ยึดไว้เป็นหลักประกันมิได้ตกลงให้โจทก์ทำต่างดอกเบี้ย โจทก์เอานาจำเลยไปให้ผู้อื่นเช่าโดยพลการ จำเลยก็เข้าไถทำต่อ จำเลยพร้อมที่จะชำระหนี้ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๓ ปฏิเสธว่าไม่ได้เข้าไถนา หลังวันชี้สองสถาน โจทก์ขอเพิ่มเติมฟ้อง เรียกค่าเสียหายเพิ่มอีก ๔,๗๐๐ บาท ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยที่ ๑ คัดค้าน และต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายเพิ่ม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงินกู้โจทก์ ๔,๐๐๐ บาทจำเลยที่ ๑ ไม่ใช้ ให้จำเลยที่ ๒ ใช้แทน และให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหาย ๕,๗๘๐ บาท ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ ผู้เดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์เพิ่มเติมฟ้องหลังวันชี้สองสถานไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๐พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๑,๐๘๐ บาท จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยตามประเด็นในฎีกาจำเลยว่า การที่โจทก์นำสืบว่าการกู้ยืมรายนี้จำเลยมอบนาให้โจทก์ทำต่างดอกเบี้ย เป็นการนำสืบพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารสัญญากู้หรือไม่นั้น เห็นว่า สัญญากู้มีข้อความว่าไม่มีดอกเบี้ย โจทก์จึงนำสืบว่า ไม่มีดอกเบี้ยที่คิดเป็นจำนวนเงิน แต่จำเลยยอมให้โจทก์ทำนาต่างดอกเบี้ย เป็นการอธิบายความหมายของสัญญากู้หาใช่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในสัญญากู้ไม่โจทก์มีสิทธินำสืบได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ (ข) และวินิจฉัยต่อไปว่า การที่โจทก์ได้เข้าทำนาพิพาทตลอดมา ต้องถือว่า โจทก์มีสิทธิเข้าทำโดยชอบ เมื่อปรากฏว่าจำเลยยังไม่ได้ชำระหนี้เงินกู้และโจทก์ยังไม่ส่งมอบนาคืน การที่จำเลยเข้าไปไถนาทับที่จึงเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยได้นำเงินไปชำระแล้วโจทก์ไม่ยอมรับ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2511 นายมน อยู่สุข โจทก์ นายประเสริฐ สิงหะคเชนทร์ ที่ 1 นางแฉล้ม สิงหะคเชนทร์ ที่ 2 นายโป๊ะ แท่ง ทอง ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายมน อยู่สุข · แท่ง - นายประเสริฐ สิงหะคเชนทร์ ที่ 1 นางแฉล้ม สิงหะคเชนทร์ ที่ 2 นายโป๊ะ · จำเลย - ทอง ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจิต ไชยาคำ · กิตติ สีหนนทน์ · แถม สิริสาลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายจำรูญ แย้มงามเหลือ · ศาลอุทธรณ์ - นายบัญญัติ สุขารมณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1452/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 170/2546ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1561/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 7335/2538ฎีกา 794/2509ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 2170/2517ฎีกา 4007/2552ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1302/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา