⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1062-1065/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1062-1065/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลรับฟังคำเบิกความของพยานไว้เป็นยุติในคดีหนึ่ง ไม่เป็นการผูกมัดว่าข้อความนั้นจะเป็นความจริงในคดีที่ฟ้องว่าเบิกความเท็จ และคำชี้ขาดของศาลในคดีเดิมเป็นเพียงการยุติระหว่างคู่ความในคดีนั้น ไม่ใช่การยุติระหว่างคู่ความกับพยาน แม้พยานจะเป็นคู่ความในคดีเดิมก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีที่ผู้ใดถูกฟ้องหาว่าได้เบิกความเท็จไว้ในคดีใดที่ศาล แม้ในที่สุดศาลจะได้ยอมรับฟังเป็นยุติไว้ในคดีนั้นโดยเชื่อตามที่ผู้นั้นได้เบิกความไว้ กรณีที่ไม่เป็นการผูกมัดในคดีใหม่นี้ว่าข้อความที่ผู้นั้นเบิกความไว้ครั้งนั้นจะต้องถือเอาเป็นยุติว่าเป็นความจริง เพราะถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว หากเผอิญศาลรับฟังคำเบิกความของผู้ใดไว้เป็นยุติในคดีใด ผู้นั้นก็ไม่อาจจะมีโทษฐานเบิกความเท็จได้เลย ทั้งๆ ที่ความจริงของคำเบิกความนั้นได้ เป็นเท็จและความสามารถพิสูจน์ให้เห็นชัดได้ในคดีที่ถูกฟ้องในชั้นหลังนี้ คำชี้ขาดของศาลในคดีที่พยานเบิกความไว้ เป็นคำชี้ชาดที่ยุติระหว่างโจทก์กับจำเลยในคดีนั้นเท่านี้ หาใช่เป็นการยุติระหว่างโจทก์ในคดีนั้นกับตัวพยานที่เบิกความเท็จในคดีนั้นด้วยไม่ แม้ว่าในคดีนี้ จำเลยที่ถูกฟ้องหาว่าเบิกความเท็จนั้นได้เป็นตัวจำเลยอยู่ในคดีเดิมที่มีการเบิกความดังกล่าวนั้นเอง แต่จำเลยได้เข้าเบิกความในคดีนั้นในฐานะพยาน ซึ่งเป็นอีกฐานะหนึ่งต่างหากจากการเป็นตัวจำเลย เมื่อจำเลยถูกฟ้องหาว่าเบิกความเท็จ ก็จะยกเอาข้อยุติในฐานะเป็นจำเลยของคดีนั้นมาใช้บังคับด้วยหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเป็น ๔ สำนวน และเพิ่มเติมฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ได้สาบานปฏิญาณตนต่อศาลแล้ว ได้เข้าเบิกความเท็จในข้อสำคัญของคดีแดงที่ ๑๖๗/๒๕๐๗ ของศาลชั้นต้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธข้อหาและจำเลยในคดีอาญาดำที่ ๑/๒๕๐๙ ให้กรปฏิเสธว่า ไม่ได้ชื่อนายโผซีดังที่เรียกในฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงเชื่อว่า จำเลยเบิกความเท็จในข้อสำคัญของคดีจริงดังฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยทุกคนมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ ให้วางโทษจำคุกคนละ ๔ เดือน แต่นางซุ่ยโหหือซูหัว แซ่ซิ้ว หรือเตียวสกุล นายหมาด ปาละวัน นายบาโรม ยีอา เป็นคนชรามากแล้ว ไม่เคยกระทำผิดมาก่อน ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามคนไว้ตามมาตรา ๕๖ ภายใน ๒ ปี จำเลยทั้งสี่คนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาเห็นว่า ในคดีแดงที่ ๑๖๗/๒๕๐๗ ที่หาวาจำเลยได้เข้าเบิกความไว้ในคดีนั้น ศาลได้ฟังเป็นยุติไว้ในคดีนั้นแล้ว่า นายฮกซุ่ย หรือศักดิ์ เตียวสกุล นี้เป็นคนเกิดในประเทศไทย ไม่ใช่คนต่างด้าว เมื่อข้อเท็จจริงยุติว่าเป็นดังนั้น ในคดีนี้จึงไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยในคดีนี้ได้เบิกความไว้ในคดีนั้นเป็นความเท็จดังที่ฟ้อง จำเลยจึงยังไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยทั้งสี่คนไป โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยดังที่ศาลชั้นต้นพิพากษามา สำหรับคดีอาญาที่ ๒/๒๕๐๙ ซึ่งนายหมาด ปาละวัน เป็นจำเลย จำเลยถึงแก่กรรมเสียก่อน คดีจึงระงับไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๙ ศาลฎีกาเห็นว่า ในกรณีที่ผู้ใดถูกฟ้องหาว่าได้เบิกความเท็จไว้ในคดีใดที่ศาลแม้ในที่สุดศาลจะได้ยอมรับฟังเป็นยุติไว้ในคดีนั้น โดยเชื่อตามที่ผู้นั้นได้เบิกความไว้ กรณีก็ไม่เป็นการผูกมัดในคดีใหม่นี้ว่าข้อควาที่ผูกนั้นเบิกความไว้ครั้งนั้น จะต้องถือเอาเป็นยุติว่าเป็นความจริง เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว หากเผอิญศาลรับฟังคำเบิกความของผู้ใดไว้เป็นยุติในคดีใด ผู้นั้นก็ไม่อาจจะมีโทษฐานเบิกความเท็จได้เลย ทั้ง ๆ ที่ความจริงของคำเบิกความนั้นได้เป็นเท็จและสามารถพิสูจน์ได้เห็นชัดได้ในคดีที่ถูกต้องในชั้นหลังนี้ คำชี้ขาดของศาลในคดีที่พยานเบิกความไว้ เป็นคำชี้ขาดที่ยุติระหว่างโจทก์กับจำเลยในคดีนั้นเท่านั้น หาใช่เป็นการยุติระหว่างโจทก์ในคดีนั้นกับตัวพยานที่เบิกความเท็จในคดีนั้นด้วยไม่ แม้ว่าในคดีทั้งสี่เรื่องนี้มีอยุ่คนหนึ่งคือนายฮกซุ่ยหรือศักดิ์ เตียวสกุล จำเลยที่ถูกฟ้องหาว่าเบิกความเท็จนั้นได้เป็นตัวจำเลยอยู่ในคดีเดิมที่มีการเบิกความดังกล่าวนั้นเองแต่ตัวนายฮกซุ่ยหรือศักดิ์ได้เข้าเบิกความในคดีนั้นในฐานะพยานซึ่งเป็นอีกฐานะหนึ่งต่างหากจากการเป็นตัวจำเลย เมื่อนายฮกซุ่ยหรือศักดิ์ถูกฟ้องหาว่าเบิกความเท็จ ก็จะยกเอาข้อยุติในฐานะเป็นจำเลยของคดีนั้นมาใช้บังคับด้วยหาได้ไม่ และเห็นว่าศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงต่อไปว่า ข้อควาที่จำเลยเบิกความไว้นั้นได้เป็นเท็จในข้อสำคัญหรือไม่ประการใด จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ย้อนสำนวนไปให้ไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาใหม่ในปัญหาข้อเท็จจริง โดยนัยที่กล่าวนี้ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1062 - 1065/2512 อัยการจังหวัดสตูล โจทก์ นายโผชี หรือฮกซุ่ย หรือศักดิ์ เตียวสกุล กับจำเลยอื่น ๆ อีกรวม 4 จำนวน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสตูล · จำเลย - นายโผชี หรือฮกซุ่ย หรือศักดิ์ เตียวสกุล กับจำเลยอื่น ๆ อีกรวม 4 จำนวน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม ทัตภิรมย์ · ศริ มลิลา · เสลา หัมพานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสตูล - นายส่อง สุขะปุณณพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิกรม เมาลานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 173/2514ฎีกา 700/2506ฎีกา 4784/2529ฎีกา 3014/2531ฎีกา 765/2532ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 5558/2534ฎีกา 3584/2524ฎีกา 18211/2555ฎีกา 374/2537ฎีกา 1998/2553ฎีกา 1778/2526ฎีกา 2751/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 2539/2519ฎีกา 1349/2533ฎีกา 558/2548ฎีกา 582-583/2503ฎีกา 904/2516ฎีกา 1566/2525ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 3098/2539ฎีกา 2034/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา