⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1087/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2512

ป.พ.พ. ม.198, 224 · ป.วิ.แพ่ง ม.27, 208, 209 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับคดีที่ผิดไปจากคำพิพากษา ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนได้

ย่อคำพิพากษา

ตามคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยอ้างว่า การดำเนินคดีของโจทก์ตั้งแต่ฟ้องจนมีการบังคับคดี จำเลยไม่ทราบเพราะจำเลยไปอยู่ที่อื่นเพิ่งทราบเมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์จำเลยในวันที่ 7 เมษายน 2511 แล้วในวันที่ 22 เดือนเดียวกัน จำเลยก็ได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ จึงเป็นการยื่นคำขอภายใน 15 วันนับแต่วันที่จำเลยทราบถึงการยึดทรัพย์ เพราะก่อนนั้นเป็นเวลาที่จำเลยยังไม่ทราบอันเป็นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้(อ้างฎีกาที่ 1296/2510) แม้ศาลยังมิได้อนุญาตในการที่จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ แต่โจทก์ก็ได้ขอให้ศาลดำเนินการบังคับคดีข้ามชั้นไม่เรียกตามลำดับในคำพิพากษาคือ ศาลพิพากษาให้จำเลยโอนขายที่ดินให้โจทก์และให้จำเลยรับเงินที่ยังเหลือ 2,000 บาทจากโจทก์ หากจำเลยไม่จัดการโอน ให้จำเลยคืนเงินมัดจำ 13,000 บาท และให้จำเลยเสียค่าปรับอีก 13,000 บาทแก่โจทก์ จึงต้องบังคับให้จำเลยโอนที่ดินและรับเงินจากโจทก์เสียก่อน แต่โจทก์กลับขอให้ยึดที่ดินของจำเลยขาดทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์ทีเดียวและศาลชั้นต้นได้สั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลย จึงเป็นการปฏิบัติที่มิได้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาเป็นชั้น ๆ จึงเป็นกรณีที่ดำเนินการบังคับคดีผิดไปจากคำพิพากษาศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.209 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.295 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.198 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.209 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนขายที่ดินให้โจทก์และให้จำเลยรับเงินที่ค้าง ๒,๐๐๐ บาทไปจากโจทก์ หากจำเลยไม่จัดการโอนให้จำเลยคืนเงินมัดจำ ๑๓,๐๐๐ บาท ให้โจทก์และให้จำเลยเสียค่าปรับ ๑๓,๐๐๐ บาทให้โจทก์ด้วย ศาลชั้นต้นออกคำบังคับแต่ส่งไม่ได้จึงปิดคำบังคับไว้ ครบกำหนดจำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์รองขอให้ยึดทรัพย์จำเลยมาขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์ จำเลยยื่นคำร้องว่า ไม่ได้จงใจขาดนัด ขอให้ศาลไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งรับคำให้การ และให้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใหม่ ต่อมา จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งยกเลิกการบังคับคดี และสั่งให้ดำเนินการบังคับคดีตามคำขอท้ายฟ้องข้อ ๑ คือ ให้โจทก์รับโอนที่ดินตามคำพิพากษาก่อนและให้รอการไต่สวนคำร้องขอให้พิจาณราคดีใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายใน ๑๕ วันแล้ว และให้เพิกถอนการบังคับคดี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ปรากฏตามคำร้องของจำเลยว่า การดำเนินคดีนี้ของโจทก์ ตั้งแต่ฟ้องจนกระทั่งมีการบังคับคดีนั้น จำเลยไม่ทราบ เพราะจำเลยไปอยู่ที่อื่น จำเลยเพิ่งทราบเมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์จำเลยในวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๑๑ แล้วในวันที่ ๒๒ เดือนเดียวกัน จำเลยก็ได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ จึงเป็นการยื่นคำขอภายในเวลา ๑๕ วันนับแต่วันที่จำเลยทราบถึงการยึดทรัพย์เพราะก่อนนั้นเป็นเวลาที่จำเลยยังไม่ทราบ อันถือว่าเป็นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๙๖/๒๕๑๐ ส่วนฎีกาประเด็นข้อ ๒ ว่า ศาลจะสั่งเพิกถอนการบังคับคดีได้หรือไม่เห็นว่า ในเรื่องนี้ แม้ศาลยังมิได้มีคำสั่งอนุญาตในการที่จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ก็จริง แต่โจทก์ก็ได้ขอให้ศาลดำเนินการบังคับคดีข้ามชั้นไม่เรียงตามลำดับในคำพิพากษา คือ ศาลพิพากษาให้จำเลยโอนขายที่ดินให้โจทก์และให้จำเลยรับเงินที่ยังเหลือ ๒,๐๐๐ บาทจากโจทก์ หากจำเลยไม่จัดการโอน ให้จำเลยคืนเงินมัดจำ ๑๓,๐๐๐ บาท และให้จำเลยเสียค่าปรับอีก ๑๓,๐๐๐ บาทแก่โจทก์เช่นนี้ จึงต้องบังคับให้จำเลยโอนที่ดินและรับเงินจากโจทก์เสียก่อน แต่โจทก์หาได้ขอให้ศาลบังคับจำเลยดังกล่าวไม่ โดยโจทก์ขอให้บังคับคดียึดที่ดินของจำเลยขาดทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์ทีเดียว และศาลชั้นต้นได้ส่งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยตามที่โจทก์ขอ จึงเป็นการปฏิบัติที่มิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาเป็นขั้นๆ ไป ทั้งๆ ที่ดินนั้นจึงเป็นของจำเลยและสามารถโอนให้โจทก์ได้ นับได้ว่าเป็นกรณีที่ดำเนินการบังคับคดีผิดไปจากคำพิพากษา ซึ่งศาลย่อมมีอำนาจสั่งเพิกถอนได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ และเรื่องนี้คู่ความคือจำเลยซึ่งเป็นผู้เสียหายก็ได้ยื่นคำขอให้เพิกถอนแล้ว และศาลชั้นต้นได้สั่งเพิกถอนไปแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1087/2512 นายหนู ดวงสุวรรณ โจทก์ นางจู ดวงสุวรรณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหนู ดวงสุวรรณ · จำเลย - นางจู ดวงสุวรรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ใหญ่ ศาลยาชีวิน · ทองคำ จารุเหติ · แสวง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายเผอิญ สถานสถิตย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ ปันยารชุน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8454/2544ฎีกา 7980/2551ฎีกา 21848/2555ฎีกา 280/2530ฎีกา 10166/2539ฎีกา 6789/2541ฎีกา 2573/2552ฎีกา 4986/2558ฎีกา 5801/2538ฎีกา 13922/2558ฎีกา 6968/2537ฎีกา 6193/2551ฎีกา 4637/2567ฎีกา 7466/2538ฎีกา 5086/2537ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1763/2551ฎีกา 4873/2528ฎีกา 3589/2525ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6695/2548ฎีกา 2422/2545ฎีกา 8108/2542ฎีกา 39/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา