คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1404/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากโจทก์นำสืบเพียงบันทึกถ้อยคำของพยานชั้นสอบสวน โดยไม่มีพยานผู้รู้เห็นการกระทำของจำเลยมาเบิกความต่อศาล พยานหลักฐานนั้นย่อมไม่เพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ไม่ได้ตัวผู้ที่รู้เห็นว่าจำเลยทำผิดมาสืบในชั้นศาล คงมีแต่บันทึกถ้อยคำของพยานปากนั้นในชั้นสอบสวนส่งเป็นพยานเท่านั้น ส่วนพยานอื่นของโจทก์ก็ไม่มีผู้ใดรู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำของจำเลย พยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่พอฟังลงโทษจำเลยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักปลาเค็มรวมราคา ๒๒๐ บาทของนางเลี่ยม รุจิรนันท์ ผู้เสียหายไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔
จำเลยปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามที่โจทก์นำสืบ นายรักษ์เป็นคนรู้เห็นว่าจำเลยเอาห่อปลาไป แต่ไม่ได้ตัวมาเบิกความคงมีแต่บันทึกถ้อยคำนายรักษ์ในชั้นสอบสวนที่โจทก์ส่งเป็นพยาน พยานอื่นของโจทก์ไม่มีผู้ใดรู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำผิดของจำเลย คำพยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่พอฟังลงโทษจำเลย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1404/2512
อัยการจังหวัดสงขลา โจทก์
นายสัญญา นพรัตน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายสัญญา นพรัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสลา หัมพานนท์ · ศริ มลิลา · เฉลิม ทัตภิรมย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายเสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ สุนทรนันท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา