คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1535/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถอนฟ้องคดีอาญาต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 โดยทั่วไปจะถอนฟ้องได้ก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น เว้นแต่คดีความผิดต่อส่วนตัวที่สามารถถอนฟ้องหรือยอมความได้ก่อนคดีถึงที่สุด
ย่อคำพิพากษา
การถอนฟ้องนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามิได้บัญญัติถึงคดีที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ว่าให้ถอนคดีได้เสมอไป ไม่ว่าผู้เสียหายหรืออัยการเป็นโจทก์ การถอนฟ้องต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 ที่ให้ถอนฟ้องได้ก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เว้นแต่คดีความผิดต่อส่วนตัวจะถอนฟ้องหรือยอมความในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดได้ ในกรณีความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 มิใช่คดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วจึงถอนฟ้องไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันเบิกความเท็จในข้อสำคัญแห่งคดี ในการพิจารณาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๐/๒๕๐๙ ของศาลแพ่ง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมยอาญามาตรา ๑๗๗,๑๘๐,๘๓
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ให้รับประทับฟ้อง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองผิดตามมาตรา ๑๗๗ และจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามมาตรา ๑๘๐ อีกระทงหนึ่ง ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๑๗๗ ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ หนึ่งปี จำคุกจำเลยที่ ๒ แปดเดือน
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ได้ทำคำพิพากษาส่งไปศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถึงวัดนัดโจทก์จำเลยไปศาลพร้อมกัน โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยทั้งสองได้ใช้ค่าเสียหายให้ ๒๐,๐๐๐ บาท โจทก์ไม่ติดใจว่ากล่าวเอาความแก่จำเลยต่อไป
ศาลชั้นต้นส่งคำร้องของโจทก์ไปศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งว่า ได้ทำคำพิพากษาแล้วให้รวมสำนวนไว้ ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำสั่งและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังในวันเดียวกัน
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกาก่อนศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ว่า ไม่ติดใจว่ากล่าวแก่จำเลยทั้งสองต่อไป เป็นการขอถอนคดีก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการขอถอนคดีก่อนมีคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนคดีได้ เพราะเป็นคดีฟ้องกันเป็นส่วนตัว และขอให้รอการลงโทษหรือปรับ
ศาลฎีกาเห็นว่า การถอนคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๕ นี้ ให้ถอนได้ก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เว้นแต่คดีความผิดต่อส่วนตัว จะถอนฟ้องหรือยอมความในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ แต่คดีนี้มิใช่คดีความผิดต่อส่วนตัว และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว จึงถอนฟ้องไม่ได้ และที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษหรือปรับนั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งจำเลยฎีกามิได้
พิพากษายกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1535/2512
นายสด คงทน โจทก์
นายถนอม เรณูสวัสดิ์ ที่ 1
นายชัยสิทธิ์ พฤกษาชีวะ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสด คงทน · 1 - นายถนอม เรณูสวัสดิ์ ที่ · จำเลย - นายชัยสิทธิ์ พฤกษาชีวะ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสลา หัมพานนท์ · ศริ มลิลา · เฉลิม ทัตภิรมย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายชวลิต สุขสบาย · ศาลอุทธรณ์ - นายรัตน์ ศรีไกรวิน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา