คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เสียหายยังสามารถติดตามเอาคืนทรัพย์สินที่สูญเสียไปได้ ถือว่ายังคงครอบครองทรัพย์สินนั้นอยู่ การเอาทรัพย์สินที่ยังอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายไปโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ไม่ใช่ยักยอกทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
ผู้เสียหายจับกระบือไม่ได้เพราะติดอยู่ในฝูงอื่นซึ่งอยู่บนเขาและเป็นทำเลเลี้ยงมิใช่เพริดไปจนพ้นการติดตาม ดังนี้ตามกฎหมายต้องถือว่าผู้เสียหายยังครอบครองกระบือตัวนั้นอยู่ เพราะผู้เสียหายยังไม่ได้สละการครอบครองกระบือตัวนั้น การที่จำเลยยิงกระบือของผู้เสียหายตายและชำแหละเอาเนื้อกระบือไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหายเป็นการเอาไปโดยทุจริต เป็นการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ส่วนการที่จำเลยชำแหละเนื้อกระบือเอาไป ก็เป็นการครอบครอง เพราะยึดถือเพื่อตน แต่เป็นผลภายหลังการที่จำเลยลักกระบือนั้นแล้ว ไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคสอง
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคสอง เมื่อศาลเห็นว่าเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาจึงไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ศาลจะลงโทษจำเลยไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยไล่ต้อนกระบือของผู้เสียหายซึ่งพลัดเพริดไปอยู่ในทำเลเลี้ยง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๓๕๒ วรรค ๒
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้เสียหายยังคงครอบครองกระบือตัวนั้นอยู่มิใช่เป็นทรัพย์ที่จำเลยจะยึดถือเอาได้ แล้วยักยอกเสียตามฟ้องข้อเท็จจริงที่ได้ความในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสำคัญตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา๑๙๒ วรรค ๒ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาว่า ผู้เสียหายสละการครอบครองแล้ว เมื่อจำเลยไล่ต้อนยิงกระบือจนตายแสดงเจตนาเป็นเจ้าของ ต้องถือว่าจำเลยได้ครอบครองกระบือนั้นอันเป็นความผิดฐานยักยอก
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ผู้เสียหายปล่อยกระบือ ๗ ตัวให้กินหญ้าผู้เสียหายต้อนเอากลับไปใช้งาน ๖ ตัว เหลืออยู่แต่กระบือทองแดงตัวเดียวต้อนไม่ได้ เพราะติดอยู่ในกระบือฝูงอื่นซึ่งอยู่บนเขาและเป็นทำเลเลี้ยงนั้นเอง มิใช่จะเพริดไปจนพ้นจากการติดตามหากเป็นแต่ผู้เสียหายจับกระบือทองแดงไม่ได้เท่านั้น ดังนี้ตามกฎหมายต้องถือว่าผู้เสียหายยังครอบครองกระบือที่ผู้เสียหายยังจับไม่ได้อยู่ เพราะผู้เสียหายยังไม่ได้สละการครอบครองกระบือตัวนั้น การที่จำเลยยิงกระบือของผู้เสียหายตายและชำแหละเอาเนื้อกระบือไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย เป็นการเอาไปโดยทุจริตจึงเป็นการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ไม่ใช่ความผิดฐานยักยอก ส่วนการที่จำเลยชำแหละเนื้อกระบือเอาไป ไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ วรรค ๒ ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ศาลจะลงโทษจำเลยไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรค ๓
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2512
พนักงานอัยการจังหวัดเลย โจทก์
นายอาจ เหมสุทธิ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเลย · จำเลย - นายอาจ เหมสุทธิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชิต บุณยประภัศร · แถม สิริสาลี · โชค จารุจินดา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเลย - นายเจริญ นิลเอสงฆ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสลา หัมพานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา