⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1700/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1700/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่กรณีใช้คูพิพาทเป็นทางเรือและทางน้ำร่วมกันมานาน และมีหนังสือรับรองว่าใช้ร่วมกัน จะก่อให้เกิดภารจำยอม โดยผู้รับภาระจำยอมต้องงดเว้นการกระทำที่ทำให้เสื่อมประโยชน์แก่ผู้ทรงสิทธิภารจำยอม

ย่อคำพิพากษา

คูพิพาทใช้เป็นทางเรือและทางน้ำให้เรือผ่านเข้าออกมาหลายสิบปี ซึ่งอยู่ระหว่างที่ดินโจทก์จำเลย ต่อมาโจทก์จำเลยไดทำหนังสือรับรองว่าคูพิพาทเป็นทางเรือและทางน้ำที่โจทก์จำเลยใช้ร่วมกัน จำเลยจะไม่ก่อสร้างอะไรลงในคูพิพาท ดังนั้นคูพิพาทจึงเป็นภารจำยอม จำเลยจึงมีหน้าที่ตามกฎหมายและตามคำรับรองที่ให้ไว้กับโจทก์ ต้องงดเว้นการกระทำหรือสร้างสิ่งใดลงในคูพิพาท เพื่อให้เสื่อมประโยชน์แก่โจทก์ ตามสิทธิแห่งภารจำยอมที่มีอยู่เหนือคูพิพาทนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1390

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของที่ดินติดต่อกับที่ดินของจำเลยโดยมีคูน้ำเป็นเขตกั้นคูน้ำนี้ต่างสงวนไว้ใช้เป็นทางเรือและทางน้ำมาช้านานหลายสิบปีแล้ว จึงตกเป็นภารจำยอม เมื่อปี ๒๕๐๑ จำเลยได้ทำบันทึกข้อตกลงไว้กับโจทก์ด้วยว่าจะไม่ล้อมรั้วหรือปลูกสร้างอย่างอื่นลงในคู ต่อมาปี ๒๕๐๔ จำเลยได้ละเมิดข้อตกลงโดยทำรั้วคอนกรีตคร่อมลงในคูและถมดินปิดทางน้ำไหล เป็นเหตุไม่ให้โจทก์ได้ใช้คูเป็นทางเรือและทางน้ำอีกต่อไป การกระทำของจำเลยทำให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมเสื่อมไป ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยรื้อถอนกำแพงคอนกรีต จำเลยให้การว่า ที่ดินระหว่างโจทก์จำเลยมีร่องสวนกั้น ไม่ใช่คูหรือทางน้ำสำหรับใช้เป็นทางเรือเดินเข้าออก ร่องสวนนี้ไม่ใช่ภารจำยอมระหว่างที่ดินโจทก์จำเลย ประมาณ ๑๐ ปีมานี้ ร่องสวนได้ตื้นเขิน จำเลยจึงทำรั้วลวดหนามกั้น ครั้นปี พ.ศ. ๒๕๐๘ จึงเปลี่ยนรั้วลวดหนามเป็นกำแพงคอนกรีต แต่ก็ไม่ได้กีดขวางทางระบายน้ำ จำเลยจึงไม่ผิดสัญญาที่บันทึกไว้กับโจทก์แต่อย่างใด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและไม่มีอำนาจบังคับให้จำเลยรื้อกำแพงคอนกรีต เพราะจำเลยได้สร้างในที่ดินของจำเลยเอง และร่องสวนก็ไม่ใช่ภารจำยอม แม้จำเลยจะผิดข้อตกลง โจทก์ก็เพียงฟ้องเรียกค่าเสียหายได้เท่านั้น ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คูพิพาทเป็นภารจำยอมซึ่งโจทก์จำเลยใช้เป็นทางเรือและทางน้ำร่วมกัน จำเลยไม่มีอำนาจทำให้การจำยอมเสื่อมประโยชน์ พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนกำแพงคอนกรีตที่สร้างค่อมลงในคู และให้ขุดดินหรือสิ่งอื่นที่ถมคูระหว่างที่ดินโจทก์จำเลยออกไป เพื่อให้คูมีสภาพเป็นภารจำยอมใช้เป็นทางเรือและทางน้ำร่วมกัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คูพิพาทเป็นภารจำยอม ใช้เป็นทางเรือและทางน้ำให้เรือเดินเข้าออก ไม่น้อยกว่า ๒๐ ปีมาแล้ว เหตุที่สภาพที่ดินของโจทก์จำเลยเปลี่ยนสภาพจากสวนเป็นที่ดินปลูกบ้านก็ดี หาใช่เหตุตามกฎหมายที่จะทำให้ภารจำยอมในการที่ใช้เป็นทางเรือและทางน้ำร่วมกันดังกล่าวสิ้นสุดไปไม่ จำเลยมีหน้าที่ทั้งตามกฎหมายและตามคำรับรองที่ให้ไว้กับโจทก์จำเลยจึงต้องงดเว้นการกระทำหรือสร้าสิ่งใด ๆ ลงในคูพิพาท เพื่อมิให้เสื่อมประโยชน์แก่โจทก์ในการใช้คูพิพาทเป็นทางเรือและทางน้ำตามสิทธิแห่งภารจำยอมที่มีอยู่เหนือคูพิพาทนั้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1700/2512 นางสันธนา แย้มศรี ที่ 1 นางนงนุช บุญถนอม ที่ 2 นางบุญช่วย อยู่ปาน ที่ 3 โจทก์ นางพยอม สมิไตย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสันธนา แย้มศรี ที่ 1 นางนงนุช บุญถนอม ที่ 2 นางบุญช่วย อยู่ปาน ที่ 3 · จำเลย - นางพยอม สมิไตย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินตา บุณยอาคม · บัญญัติ สุขารมณ์ · แสวง จินดานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายปรีชา สุมาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสลา หัมพานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2091/2542ฎีกา 2975/2553ฎีกา 3075/2524ฎีกา 2327/2539ฎีกา 2320/2543ฎีกา 285/2547ฎีกา 2491/2540ฎีกา 4415/2528ฎีกา 536/2536ฎีกา 2789/2537ฎีกา 789/2544ฎีกา 5605/2539ฎีกา 839/2538ฎีกา 6039/2537ฎีกา 377/2536ฎีกา 1162/2536ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1828/2523ฎีกา 7088/2537ฎีกา 2826/2525ฎีกา 113/2504ฎีกา 6847/2539ฎีกา 1730/2503ฎีกา 640/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา