คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1804/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เช่าตกลงเช่าทรัพย์สินที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ และสัญญาเช่าไม่ได้ระบุถึงผลของการก่อสร้างไม่เสร็จ ผู้เช่าจะเรียกค่าเสียหายจากผู้ให้เช่าเนื่องจากการก่อสร้างไม่เสร็จไม่ได้ หากการก่อสร้างไม่เสร็จนั้นมิใช่ความผิดของผู้ให้เช่า
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทำสัญญากับ ว. และ ท. ให้คนทั้งสองออกทุนทำการก่อสร้างตึกแถวลงบนที่ดินของจำเลย จำเลยยอมให้ผู้ก่อสร้างนำอาคารออกเรียกเงินกินเปล่า และจำเลยจะทำสัญญาให้เช่าแก่บุคคลที่ผู้รับก่อสร้างนำมา ต่อมาด้วยความยินยอมของ ว. และ ท. จำเลยนำอาคารที่กำลังก่อสร้างมาให้โจทก์เช่า เนื่องจาก ว. และ ท. ขาดเงินที่จะใช้ทำการต่อสร้าง ว. และ ท. จึงกู้เงินโจทก์ 200,000 บาท โจทก์เกี่ยงจะได้หลักประกัน ในที่สุดได้มีการโอนสิทธิการเช่าตึก 10 ห้องที่ยังสร้างไม่เสร็จให้โจทก์ โดยวิธีให้โจทก์ทำสัญญาเช่ากับจำเลยโดยตรง การที่จำเลยยอมทำสัญญาเช่ากับโจทก์โดยสัญญาระบุไว้ว่า เช่าตึกแถวที่กำลังก่อสร้าง เป็นการยืนยันให้เห็นว่าจำเลยไม่รับรู้ในเรื่องที่ว่า จะได้มีการก่อสร้างตึกให้แล้วเสร็จหรือไม่ ทั้งในสัญญาเช่าก็ไม่ได้ระบุว่าถ้าตึกสร้างไม่เสร็จจะมามีผลประการใด การที่ตึกแถวสร้างไม่เสร็จ ไม่ใช่ความผิดของจำเลย โจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญากับนายวัลลภและนายเทียนช้วนให้คนทั้งสองออกทุนทำการก่อสร้างตึกแถวลงบนที่ดินของจำเลย จำเลยยอมให้ผู้ก่อสร้างนำอาคารออกเซ้งเรียกเงินกินเปล่า และจำเลยจะทำสัญญาให้บุคคลที่ผู้รับก่อสร้างนำมานั้นเช่าเป็นเวลา ๑๒ ปี ต่อมาด้วยความยินยอมของนายวัลลภและนายเทียนช้วน จำเลยนำอาคารที่กำลังก่อสร้างมาให้โจทก์เช่า ๑๐ ห้อง จำเลยเรียกเงินกินเปล่าจากโจทก์ ๒๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อมอบให้นายวัลลภและนายเทียนช้วน โจทก์จ่ายให้ไป ต่อมาจำเลยผิดสัญญาไม่ทำการก่อสร้างให้เสร็จตามกำหนด เป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๓๐๐,๐๐๐ บาท ฯลฯ
จำเลยให้การว่า ไม่มีหน้าที่ก่อสร้างให้แล้วเสร็จ โจทก์ไม่เคยจ่ายเงินให้ผู้รับเหมาก่อสร้างจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ฯลฯ
ศาลแพ่งพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตึกแถวรายพิพาทหนี้ตกเป็นหน้าที่ของนายวัลลภนายเทียนช้วนจะต้องทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จด้วยทุนทรัพย์ของนายวัลลภและนายเทียนช้วนเอง โจทก์ทราบความข้อนี้ก่อนที่จะเข้าทำสัญญาเช่ากับจำเลย มูลเหตุที่โจทก์จำเลยจะทำสัญญาเช่ากัน สืบเนื่องมาจากการที่นายวัลลภนายเทียนช้วนขาดเงินที่จะใช้ทำการก่อสร้างต่อไป นายวัลลภนายเทียนช้วนจึงไปขอกู้เงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทจากโจทก์ โจทก์เกี่ยงที่จะได้หลักประกันสำหรับเงินจำนวนนี้ ในที่สุดได้มีการโอนสิทธิการเช่าตึก ๑๐ ห้อง ที่ยังสร้างไม่เสร็จให้โจทก์ โดยวิธีให้โจทก์ทำสัญญาเช่ากับจำเลยโดยตรง รูปคดีฟังได้ว่าเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทนี้ เป็นเงินที่โจทก์ให้นายเทียนช้วนนายวัลลภไปเพื่อสร้างตึกให้เสร็จ ที่โจทก์ว่า ถ้านายเทียนช้วนนายวัลลภไม่สร้าง จำเลยจะสร้างให้เองนั้น ปราศจากเหตุผลทีควรรับฟัง การที่จำเลยยอมทำสัญญาเช่ากับโจทก์ สัญญาก็ระบุไว้ชัดเจนว่า เช่าตึกแถวที่กำลังก่อสร้าง เป็นการยืนยันให้เห็นว่าจำเลยไม่รับรู้ในเรื่องที่ว่า จะได้มีการก่อสร้างตึกให้แล้วเสร็จหรือไม่
ทั้งในสัญญาเช่าก็ไม่ได้ระบุว่า ถ้าตึกสร้างไม่เสร็จเป็นประการใดการที่ตึกแถวสร้างไม่แล้วเสร็จเป็นเพราะเกิดแตกกันขึ้นระหว่างนายเทียนช้วยและนายวัลลภ ไม่ใช่ความผิดของจำเลย โจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจำเลยไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1804/2512
นายเจริญ สถิตย์พัฒน์พันธ์ โจทก์
นางประยงค์ กฤษณะสมิต จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเจริญ สถิตย์พัฒน์พันธ์ · จำเลย - นางประยงค์ กฤษณะสมิต |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทองคำ จารุเหติ · แสวง ลัดพลี · วินัย ทองลงยา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสวัสดิ์ ภู่งาม · ศาลอุทธรณ์ - นายสอน ไชยสุต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา