คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเจ้าของที่ดินยินยอมให้ผู้อื่นปลูกสร้างอาคารบนที่ดินของตนเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย อาคารนั้นไม่ถือเป็นส่วนควบของที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 109
ย่อคำพิพากษา
จำเลยได้บุตรสาวผูร้องเป็นภริยา และได้ปลูกเรือนพิพาทบนที่ดินของผู้ร้องใช้เป็นที่อยู่อาศัยของจำเลยและภริยา แม้เรือนจะมีลักษณะถาวรติดที่ดิน แต่เมื่อตามพฤติการณ์เห็นได้ว่าผู้ร้องกับสามียินยอมให้ปลูกเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย กรณีจึงเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 109 ไม่ถือว่าเรือนพิพาทเป็นส่วนควบกับที่ดินของผู้ร้องและสามี ผู้ร้องจึงไม่อาจร้องขัดทรัพย์เรือนพิพาทของจำเลยที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำยึดบังคับคดีได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้ดำเนินการบังคับคดีโดยยึดเรือนจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษา ๑ หลัง หมู่ที่ ๑๓ ตำบลสีดา อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ราคา ๕,๐๐๐ บาท เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านว่าเรือนที่นำยึดเป็นของผู้ร้องกับสามีปลูกในที่ดินของผู้ร้องเมื่อ ๑๐ ปีมาแล้ว ได้ให้นางป้อมบุตรสาวอยู่ได้ ๒ - ๓ ปี จึงได้จำเลยเป็นสามี และอยู่กินในเรือนพิพาทนี้ตลอดมา ครั้นเมื่อ ๕ ปีมานี้ ทั้งสองได้ออกจากเรือนพิพาทไปทำกินอยู่จังหวัดอุดรธานี จึงได้ส่งมอบเรือนพิพาทคืนแก่ผู้ร้อง ซึ่งต่อมาผู้ร้องได้ให้บุตรชายอยู่อาศัย ขอให้ศาลสั่งปล่อยเรือนพิพาทที่ถูกนำยึด
โจทก์คัดค้านว่าเรือนพิพาทเป็นของจำเลยซึ่งปลูกสร้างอยู่อาศัยเองตลอดมา มิใช่เป็นของผู้ร้อง
ศาลชั้นต้นฟังว่าเรือนพิพาทเป็นของผู้ร้อง พิพากษายกคำร้องขัดทรัพย์
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยเป็นผู้ปลูกเรือนพิพาทในที่ดินของผู้ร้อง แต่เรือนพิพาทเป็นเรือนถาวร และไม่ปรากฏว่าปลูกไว้เป็นการชั่วคราว หรือจำเลยได้สิทธิหรืออำนาจใด ๆ จากผู้ร้อง เรือนพิพาทจึงเป็นส่วนควบของที่ดินผู้ร้อง ตามแบบอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ ๖๙๘/๒๕๐๖ พิพากษากลับ ให้ถอนการยึดเรือนพิพาท
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยเป็นผู้ปลูกเรือนพิพาทขึ้นเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของจำเลยและภริยา และตามพฤติการณ์แห่งคดีเห็นได้ว่าผู้ร้องและสามียินยอมให้จำเลยปลูกเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของจำเลยและภริยา เรือนพิพาทไม่เป็นส่วนควบกับที่ดินของผู้ร้อง คำพิพากษาที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นอ้าง ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ โจทก์มีอำนาจยึดได้ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิอาจร้องขัดทรัพย์ พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2512
นายอิ๋วจัว แซ่ตั้ง โจทก์
นายคาน ศรีระ จำเลย
นางกันหา คลังใหญ่ ผู้ร้องขัดทรัพย์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอิ๋วจัว แซ่ตั้ง · จำเลย - นายคาน ศรีระ · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นางกันหา คลังใหญ่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อัศนี เกาไศยนันท์ · กิตติ สีหนนทน์ · ถาวร หุตะโกวิท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสุวรรณพ กองวารี · ศาลอุทธรณ์ - นางธำรง สุนทรกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา