⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 424/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 424/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเบิกความอันเป็นเท็จต่อศาลเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 โดยไม่จำเป็นต้องมีการสาบานตัวก่อนเบิกความ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟ้องขอให้โจทก์ชำระหนี้ค่าวัสดุก่อสร้างพร้อมทั้งดอกเบี้ย โจทก์ให้การต่อสู้ว่า ได้จ่ายเช็คเงินสดชำระหนี้ค่าสิ่งของให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นแล้ว แต่เช็คของโจทก์หลายฉบับรับเงินไม่ได้ จำเลยจึงมอบให้นายวินัยนำเช็คไปแจ้งความ ร้อยตำรวจโทชัยชาญพนักงานสอบสวนได้ให้โจทก์ชำระหนี้จำเลย โดยจำเลยและผู้แทนจำเลยมอบให้ร้อยตำรวจโทชัยชาญเป็นคนกลางรับชำระหนี้แทน โจทก์ได้ชำระหนี้ให้จำเลยเป็นเงินสด และนางสาวพยุงบุตรสาวโจทก์ได้จ่ายเช็คให้อีก 6 ฉบับ จำเลยหรือผู้แทนจำเลยได้รับเงินไปตามเช็คที่ถึงกำหนดแล้วบางฉบับ จำเลยได้เข้าเบิกความเป็นพยานต่อศาลว่า โจทก์ไม่เคยออกเช็คชำระหนี้ให้จำเลย จำเลยไม่เคยรู้จักนายวินัย ไม่เคยมอบให้นายวินัยไปแจ้งความเรื่องโจทก์ออกเช็ค โจทก์ไม่เคยเอาเช็คของนางสาวพยุงชำระหนี้ จำเลยไม่เคยรับเช็คจากร้อยตำรวจโทชัยชาญ ไม่รู้จักร้อยตำรวจโทชัยชาญ และไม่เคยพิพาทเรื่องเช็คกับโจทก์ ซึ่งข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นพยานนี้เป็นความเท็จ หากศาลหลงเชื่อตามคำเบิกความของจำเลย ก็อาจทำให้ศาลไม่เชื่อข้อต่อสู้ของโจทก์ว่าได้ชำระหนี้บางส่วนให้จำเลยแล้วย่อมจะตัดสินให้โจทก์แพ้คดี ฉะนั้นคำเบิกความเท็จของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นข้อสำคัญในคดี จำเลยต้องมีความผิดฐานเบิกความเท็จ การฟ้องคดีฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177นั้น กฎหมายมิได้บัญญัติว่าพยานจะต้องสาบานตัวก่อนเบิกความ จึงจะเป็นความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจเบิกความเท็จต่อศาล ในคดีระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัดอึ้งไท้ฮงโลหะกิจ โดยนายเธียรวิทย์พินิจการวัฒนกุล หุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์ นายทุง โตวัน จำเลยว่าโจทก์ไม่เคยออกเช็คชำระหนี้ค่าสิ่งของให้จำเลย จำเลยไม่เคยรู้จักกับนายวินัย และไม่เคยมอบให้นายวินัยไปแจ้งความเรื่องโจทก์ออกเช็คให้แก่จำเลย ซึ่งความจริงโจทก์เคยออกเช็คชำระหนี้ค่าสิ่งของต่อจำเลยหลายฉบับ จำเลยรู้จักนายวินัยและเคยมอบให้นายวินัยไปแจ้งความเรื่องโจทก์ออกเช็คให้จำเลยต่อร้อยตำรวจโทชัยชาญ และเบิกความเท็จว่าจำเลยไม่เคยพิพาทเรื่องเช็คกับโจทก์ และไม่เคยติดต่อกับร้อยตำรวจโทชัยชาญ ซึ่งความจริงจำเลยเคยมีกรณีพิพาทเรื่องเช็คกับโจทก์ และเคยติดต่อทวงถามเงินตามเช็คในกรณีพิพาทกับโจทก์ต่อร้อยตำรวจโทชัยชาญ การเบิกความเท็จดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดีทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ จำเลยให้การปฏิเสธ และว่าข้อความที่จำเลยเบิกความต่อศาลเป็นความจริง ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความต่อศาลเป็นความเท็จแต่ไม่เป็นข้อสาระสำคัญแก่คดี ไม่ทำให้โจทก์เสียหาย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยจงใจเบิกความเท็จในข้อสำคัญแห่งคดีมีผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ ให้จำคุก ๒ เดือน แต่ให้รอการลงโทษไว้ ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยให้หนักและไม่รอการลงโทษ ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่จำเลยเบิกความนั้นเป็นความเท็จ และเห็นว่าในคดีแพ่งดำที่ ๑๓๕/๒๕๐๘ นั้น โจทก์คดีนี้ให้การต่อสู้ว่าได้ออกเช็คชำระหนี้ให้แก่จำเลยแล้ว แต่เช็คไม่มีเงิน จำเลยมอบนายวินัยนำเช็คไปแจ้งความ จึงได้มีการประนีประนอมกัน โดยโจทก์ยอมชำระหนี้ให้และได้ชำระไปบางส่วนแล้ว การที่จำเลยเบิกความต่อศาลปฏิเสธข้อเท็จจริงเหล่านี้โดยสิ้นเชิงว่าโจทก์ไม่เคยออกเช็คให้จำเลยจำเลยไม่เคยมอบให้นายวินัยเอาเช็คไปแจ้งความ เป็นการยืนยันว่าไม่มีการตกลงชำระหนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลย หากศาลเชื่อตามคำเบิกความเท็จของจำเลยในข้อเหล่านี้ ก็อาจทำให้ศาลไม่เชื่อข้อต่อสู้ของโจทก์ว่าได้ชำระหนี้บางส่วนให้จำเลยแล้ว ย่อมจะตัดสินให้โจทก์แพ้คดี ฉะนั้นคำเบิกความเท็จของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นข้อสำคัญในคดีจำเลยต้องมีความผิดฐานเบิกความเท็จ ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยได้สาบานตัวก่อนเบิกความหรือไม่ ฟ้องโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ ลงโทษจำเลยไม่ได้นั้นเห็นว่าการฟ้องคดีฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗นั้น กฎหมายมิได้บัญญัติว่าพยานจะต้องสาบานตัวก่อนเบิกความจึงจะเป็นความผิด ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยให้หนักขึ้นและไม่รอการลงโทษจำเลยได้พิเคราะห์ข้อเท็จจริงแห่งคดีประกอบด้วยเหตุผลทั่วไปโดยรอบคอบแล้ว เห็นว่าตามที่ศาลอุทธรณ์กำหนดโทษจำเลยมานั้นพอสมควรแก่รูปคดีแล้ว ยังไม่เห็นควรแก้ไข พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์จำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 424/2512 นายทุง โตวัน โจทก์ นายเธียรวิทย์ พินิจการวัฒนกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทุง โตวัน · จำเลย - นายเธียรวิทย์ พินิจการวัฒนกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · ประสม เภกะสุต · ชลอ บุปผเวส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายแถม ดุลยสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายธำรง สุนทรกุล ณ ชลบุรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 173/2514ฎีกา 700/2506ฎีกา 4784/2529ฎีกา 3014/2531ฎีกา 765/2532ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 5558/2534ฎีกา 3584/2524ฎีกา 18211/2555ฎีกา 374/2537ฎีกา 1998/2553ฎีกา 1778/2526ฎีกา 2751/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 2539/2519ฎีกา 1349/2533ฎีกา 558/2548ฎีกา 582-583/2503ฎีกา 904/2516ฎีกา 1566/2525ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 3098/2539ฎีกา 2034/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา