⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 830/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 830/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยข้อกฎหมายที่โจทก์ยกขึ้นใหม่ในชั้นฎีกา หากข้อกฎหมายนั้นมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์

ย่อคำพิพากษา

ในคำแถลงการณ์เป็นหนังสือของโจทก์ในชั้นฎีกา โจทก์ได้ยกข้อต่อสู้เป็นข้อกฎหมายขึ้นใหม่ ซึ่งโจทก์ไม่ได้ยกขึ้นกล่าวไว้ในฎีกา ทั้งมิใช่ข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับฟัง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเข้าไปปลูกเรือนในที่ดินของโจทก์ โจทก์เห็นว่าจำเลยเป็นบุตรจึงให้อาศัยปลูกเรือนอยู่ ต่อมาโจทก์ให้จำเลยรื้อถอนออกไปเนื่องจากจำเลยประพฤติตนเป็นปฏิปักษ์ต่อโจทก์และบริวารของโจทก์ จำเลยไม่ยอมรื้อ จึงขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารให้รื้อถอนเรือนออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่า ที่พิพาทที่จำเลยปลูกเรือนอยู่นั้นเดิมเป็นของนางป๊อก สถาวรวณิช มารดาโจทก์คือย่าของจำเลย นางป๊อกยกกรรมสิทธิ์ให้จำเลยเพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัยเมื่อประมาณ ๑๒ -๑๓ ปีมานี้ แต่การยกให้มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพียงแต่ทำการรังวัดแล้วมอบที่ดินให้ จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมานับแต่นางป๊อกยกให้โดยสงบและเปิดเผย ในฐานะเป็นเจ้าของเป็นเวลาเกิน ๑๐ ปีแล้ว จำเลยได้ปลูกบ้านเป็นที่อยู่อาศัยลงในที่ดินดังกล่าว ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย ขอให้ศาลยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่าจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทโดยสงบและเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลาเกิน ๑๐ ปี จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อนางป๊อกยกที่พิพาทให้จำเลย ก็ได้มีการรังวัดและปักหลักที่พิพาททั้งสี่มุม นับได้ว่าเป็นหลักฐานแสดงการครอบครองของจำเลยเพียงพอแล้ว หาจำต้องมีการล้อมรั้วปลูกพืชหรืออื่น ๆ ดังฎีกาโจทก์ไม่ เมื่อจำเลยปลุกเรือนในที่พิพาท โจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้านแสดงว่าโจทก์ยอมรับรู้สิทธิของจำเลยในที่พิพาท พยานหลักฐานฟังได้ว่าจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทที่นางป๊อกยกให้จำเลยนั้นมาโดยสงบและเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทแล้ว ในคำแถลงการณ์ด้วยลายลักษณ์อักษรของโจทก์ โจทก์ได้ยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ว่า แม้จะฟังว่านางป๊อกยกที่พิพาทให้จำเลยแล้วก็ตาม แต่เมื่อต่อมานางป๊อกได้จดทะเบียนยกที่พิพาทให้โจทก์ในภายหลัง การครอบครองของจำเลยในตอนแรกย่อมจะสิ้นสุดลง ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มิได้ยกข้อกฎหมายนี้ขึ้นอ้างอิงมาในฎีกา ทั้งมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ฎีกาโจทก์จึงฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 830/2512 นายภูหิน สถาวรวณิช โจทก์ นางเศลา ชาวเหนือ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายภูหิน สถาวรวณิช · จำเลย - นางเศลา ชาวเหนือ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · ปันโน สุขทรรศนีย์ · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายเสงี่ยม ทวีชัยการ · ศาลอุทธรณ์ - นายศิริ กลัมพะสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 100/2540ฎีกา 5806-5807/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา