คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 86/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บริษัทเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากผู้ถือหุ้น เมื่อผู้ถือหุ้นยอมให้บริษัทเข้าทำสัญญาเช่า ผู้ถือหุ้นจึงไม่มีสิทธิใช้ทรัพย์สินที่บริษัทเช่ามาได้โดยพลการ
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกับพวกประมูลสิทธิขายเนื้อสุกรโดยเสียค่าตอบแทนหรือค่าบำรุงให้เทศบาล 368,000 บาท กับค่าเช่าเป็นรายวันจำเลยเข้าขายเนื้อสุกรที่เขียงตามที่ประมูลได้ แต่ยังไม่ได้ทำสัญญาเช่าจากเทศบาล จำเลยกับพวกยังผูกพันจะต้องชำระเงิน 368,000 บาท จึงจะมีสิทธิ ต่อมามีการตั้งบริษัทโจทก์ขึ้นโดยจำเลยกับพวกเป็นผู้ถือหุ้นและมี ต.เพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง บริษัทโจทก์ทำสัญญาเช่าเขียงหรือแผงจากเทศบาลโดยเสียเงินบำรุงให้แก่เทศบาล 368,000 บาทตามที่จำเลยกับพวกประมูลไว้ จำเลยกับพวกมิได้คัดค้าน ดังนี้ บริษัทโจทก์เป็นนิติบุคคลซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งต่างหากจากจำเลยและพวก เป็นคู่สัญญากับเทศบาล จำเลยยอมให้บริษัทโจทก์เป็นผู้เช่าแล้ว บริษัทโจทก์จึงมีสิทธิที่จะใช้เขียงจำหน่ายเนื้อสุกรได้อย่างฐานะผู้เช่าทั่วไป เมื่อบริษัทโจทก์ให้จำเลยมาทำสัญญาเช่าจากบริษัทโจทก์ เพื่อจำเลยจะได้ใช้เขียงจำหน่ายต่อไป ก็ชอบที่จะต้องทำสัญญาเช่าจากบริษัทโจทก์ การที่จำเลยไม่ยอมมาทำสัญญาเช่า บริษัทโจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยได้ ข้อโต้เถียงของจำเลยเกี่ยวกับ ต. ผู้ถือหุ้นของบริษัทว่าทำการไม่ชอบอันเป็นกิจการภายในของบริษัทโจทก์นั้น เป็นกรณีที่จำเลยจะว่ากล่าวเอาแก่บริษัทโจทก์เป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าเขียงจำหน่ายเนื้อสุกรจากเทศบาลจำเลยเป็นลูกเขียงรับเนื้อสุกรจากเทศบาล จำเลยเป็นลูกเขียงรับเนื้อสุกรจากโจทก์ไปจำหน่ายที่เขียงเลขที่ ๑๑๙ - ๑๒๐ โดยจำเลยต้องออกเงินค่าเช่าเขียงวันละ ๖ บาทให้โจทก์ ครั้นเดือนกุมภาพันธ์๒๕๐๗ โจทก์ให้จำเลยทำสัญญาเป็นลูกเขียงของโจทก์ จำเลยไม่ยอมทำและไม่ยอมเสียค่าเช่า จำต้องให้จำเลยเลิกเป็นลูกเขียง ขอให้พิพากษาให้จำเลยออกไป กับให้ใช้ค่าเสียหาย ๑,๙๑๔ บาท กับอีกวันละ๖ บาทนับแต่ ๒๑ มกราคม ๒๕๐๘
จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เป็นผู้ประมูลได้ จำเลยเป็นผู้ประมูลได้ และทำสัญญาเช่าจากเทศบาล ฯลฯ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ตามฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยกับพวก ๑๒ คนใช้ชื่อว่าสุกรสามัคคี ประมูลสิทธิขายเนื้อสุกรโดยเสียค่าตอบแทนหรือค่าบำรุงให้แก่เทศบาล ๓๖๘,๐๐๐ บาท กับค่าเช่าให้เป็นรายวันอีกเขียงละ๓ บาท หรือแผงละ ๖ บาทต่อวัน จำเลยเข้าขายเนื้อสุกรที่เขียงดังกล่าวตามที่ประมูลได้ ส่วนการทำสัญญาเช่าเขียงจากเทศบาลซึ่งจะต้องเสียเงิน ๓๖๘,๐๐๐ บาท ยังไม่ได้ทำ ต่อมาได้ตั้งบริษัทโจทก์ขึ้น โดยมีจำเลยกับพวก ๑๒ คนเป็นผู้ถือหุ้นและมีนายตึ๋งเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง บริษัทโจทก์ทำสัญญาเช่าแผงจากเทศบาลโดยเสียค่าบำรุงให้แก่เทศบาล ๓๖๘,๐๐๐ บาท ตามที่จำเลยกับพวกประมูลไว้เมื่อคณะสุกรสามัคคีประมูลได้สิทธิที่จะขายเนื้อสุกร ก็ยังผูกพันที่จะต้องชำระเงิน ๓๖๘,๐๐๐ บาท
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อบริษัทโจทก์เป็นผู้เข้าทำสัญญาเช่าจากเทศบาล จำเลยกับพวกมิได้คัดค้าน บริษัทโจทก์เป็นนิติบุคคลซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งต่างหากจากจำเลยและพวกเมื่อบริษัทโจทก์เป็นคู่สัญญากับเทศบาล เป็นผู้เช่าจากเทศบาล และจำเลยยอมให้โจทก์เช่าแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิที่จะใช้เขียงจำหน่ายเนื้อสุกรได้อย่างฐานะผู้เช่าทั่วไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อโจทก์ให้จำเลยมาทำสัญญาเช่าจากโจทก์ จำเลยได้ประสงค์จะใช้เขียงจำหน่ายต่อไป ก็ชอบที่จะต้องทำสัญญาเช่าจากโจทก์ การที่จำเลยไม่ยอมทำสัญญาเช่าจากโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ข้อโต้เถียงของจำเลยเกี่ยวกับนายตึ๋งผู้ถือหุ้นคนหนึ่งของบริษัทโจทก์ว่ากระทำการไม่ชอบ อันเป็นกิจการภายในของบริษัทนั้น เห็นว่าเป็นกรณีที่จำเลยจะว่ากล่าวเอาแก่บริษัทโจทก์เป็นอีกส่วนหนึ่งไม่เกี่ยวกับข้อโต้เถียงในคดีนี้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 86/2512
บริษัทสุกรสามัคคีเจริญผล จำกัด โจทก์
นายสองเสียง หรือจิ้งฮวด แซ่เชียง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทสุกรสามัคคีเจริญผล จำกัด · จำเลย - นายสองเสียง หรือจิ้งฮวด แซ่เชียง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พันธ์ นัยวิฑิต · วิเชียร เศวตรุนทร์ · วินัย ทองลงยา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายธาดา วัชรานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอัศนี เกาไศยนันท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา