คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1392/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลจะฟ้องขอให้เปิดทางในที่ดินของผู้อื่นได้นั้น จะต้องมีสิทธิในทางเดินนั้น เช่น เป็นทางสาธารณะ หรือเป็นทางภารจำยอม หากที่ดินดังกล่าวเป็นของจำเลยเองและมิใช่ทางสาธารณะ โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เปิดทางได้
ย่อคำพิพากษา
คำฟ้องของโจทก์โจทก์อ้างว่าเพียงแต่ทางพิพาทเป็นทางสาธารณะ จำเลยทั้งสามรุกล้ำเข้ามาในทางสาธารณะ เป็นเหตุให้โจทก์ใช้ทางเข้าออกไม่ได้ โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงขอให้จำเลยทั้งสามเปิดทางสาธารณะ คำฟ้องเช่นนี้เป็นการฟ้องขอให้เปิดทางสาธารณะที่โจทก์ถือว่าจำเลยรุกล้ำ เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่าจำเลยหาได้รุกล้ำทางสาธารณะไม่ ที่ดินที่โจทก์ว่าจำเลยรุกล้ำนั้น ความจริงก็เป็นที่ดินของจำเลยเอง ไม่ใช่ทางสาธารณะ ดังนี้แล้วโจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางขยายรั้วหรือรื้อรั้วที่จำเลยสร้างขึ้นใหม่นั้นได้ การที่โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าได้ใช้ทางเดินนี้มาเกิน 10 ปีแล้ว ก็เป็นแต่เพียงแสดงข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้ใช้ทางนี้มานาน แต่มิได้หมายความว่าโจทก์ประสงค์จะให้จำเลยเปิดทางในฐานะเป็นทางภารจำยอม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยแต่ละคนรื้อรั้วที่จำเลยสร้างรุกล้ำตรอกสาธารณะ มีส่วนตามความยาวของความยาวที่ดินจำเลยแต่ละคนออกไป เพื่อให้โคเกวียนของโจทก์เดินได้สะดวก
จำเลยให้การสู้คดี
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแต่ละคนรื้อรั้วหรือขยับรั้วของจำเลยด้านติดตรอกพิพาทออกไป ฯลฯ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ในเรื่องนี้โจทก์อ้างแต่เพียงว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะ จำเลยทั้งสามรุกล้ำเข้ามาในทางสาธารณะ เป็นเหตุให้โจทก์ใช้ทางเข้าออกไม่ได้ โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงขอให้จำเลยทั้งสามเปิดทางสาธารณะคำฟ้องเช่นนี้เป็นการฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางสาธารณะที่โจทก์ถือว่าจำเลยรุกล้ำ เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่าจำเลยหาได้รุกล้ำทางสาธารณะไม่ ที่ดินที่โจทก์ที่จำเลยรุกล้ำนั้น ความจริงก็เป็นที่ของจำเลยเอง ไม่ใช่ทางสาธารณะ ดังนี้แล้วโจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะฟ้องขอให้จำเลยเปิดทาง ขยายรั้วหรือรื้อรั้วที่จำเลยสร้างขึ้นใหม่นั้นได้ การที่โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าได้ใช้ทางเดินนี้มาเกิน ๑๐ ปีแล้ว ก็เป็นแต่เพียงแสดงข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้ใช้ทางนี้มานาน แต่มิได้หมายความว่าโจทก์ประสงค์จะให้จำเลยเปิดทางในฐานะเป็๋นทางภารจำยอม
พิพากษายืนในผล
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1392/2513
นายมงคล บลลา โจทก์
นายไข มาตราช ที่ 1 นายสุเนตร อ้วนโนราช ที่ 2 นายแสน ชาญชัย ที่ 3 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายมงคล บลลา · ล. - นายไข มาตราช ที่ 1 นายสุเนตร อ้วนโนราช ที่ 2 นายแสน ชาญชัย ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ถาวร หุตะโกวิท · ชลอ บุปผเวส · จรัญ อิศระ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสกลนคร - นายสันติ์ ภู่ประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายแผลง สระวาสี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา