คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1410/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ประชาชนทั่วไปได้รับความเสียหายจากการที่หน่วยงานของรัฐไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ไม่ถือเป็นข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ระหว่างเอกชนกับรัฐ ที่จะทำให้เอกชนมีสิทธิฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐได้ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องเทศบาลเป็นจำเลยว่าไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่จะต้องจัดให้มีและบำรุงทางน้ำ ทางบก และทางระบายน้ำ ตลอดจนการรักษาความสะอาด ทำให้โจทก์และประชาชนทั่วไปไม่อาจใช้ทางน้ำสาธารณะเป็นทางสัญจรได้เหมือนแต่ก่อน ดังนี้ ย่อมหมายความว่า พลเมืองที่ใช้ทางน้ำสาธารณะนั้น ๆ ร่วมกันเป็นผู้ได้รับความเสียหาย ไม่ใช่ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายยิ่งกว่าประชาชนทั่วไป ไม่พอให้ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ระหว่างโจทก์กับจำเลย อันจะทำให้โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเทศบาลธนบุรี มีสิทธิไปมาโดยทางบก ทางน้ำ ที่มีอยู่ในเขตเทศบาล จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่รักษาการตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ พระราชบัญญัติธรรมเนียมคลอง ๑๐ ข้อ และพระราชบัญญัติจัดวางทางรถไฟและทางหลวง พ.ศ. ๒๔๖๔ และเป็นผู้บังคับบัญชาจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ มีหน้าที่ให้มีและบำรุงทางบก ทางน้ำ จัดให้มีและบำรุงทางระบายน้ำรักษาความสะอาดของถนนหรือทางเดินและที่สาธารณะ รวมทั้งการจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลในเขตเทศบาลธนบุรี จำเลยที่ ๒ งดเว้นไม่ทำการตามหน้าทีและทำการฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการสร้างทางหลวงโดยถมคลองแล้วยังฝังท่อระบายน้ำแทนบ้าง ถมคลองแล้วให้การรถไฟสร้างสถานีรถไฟทับบ้าง ถมคลองเพื่อสร้างถนนแล้วปล่อยให้ตื้นเขินบ้าง และปล่อยให้ประชาชน ทิ้งขยะมูลฝอยลงในคลองบางคลองจนตื้นเขิน ทั้งไม่บำรุงรักษาทางระบายน้ำในถนนบางสาย ทำให้โจทก์และประชาชนทั่วไปไม่อาจใช้ทางน้ำสาธารณะเป็นทางสัญจรได้ และเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้บังคับให้จำเลยขุดลอกคลอง รื้อถอนสิ่งกีดขวางไปให้พ้นเขตคลอง และแก้ไขเปลี่ยนแปลงท่อระบายน้ำ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย จึงสั่งไม่รับฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ที่อ้างว่าจำเลยที่ ๒ กระทำละเมิดก็คือ การที่จำเลยที่ ๒ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอันเกี่ยวกับหน้าที่ที่จะต้องจัดให้มีและบำรุงทางน้ำ ทางบก และทางระบายน้ำ ตลอดจนรักษาความสะอาด ทำให้โจทก์และประชาชนทั่วไปไม่อาจใช้ทางน้ำสาธารณะเป็นทางสัญจรไปมาได้เหมือนแต่ก่อน ดังนี้ ย่อมมีความหมายว่า พลเมืองที่ใช้ทางน้ำสาธารณะนั้น ๆ ร่วมกันเป็นผู้ได้รับความเสียหาย หากจำเลยที่ ๒ ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของตนตามกฎหมายจริง ก็หาใช่ว่าโจทก์เป็นผู้ได้รับความเสียหายยิ่งกว่าประชาชนทั่วไปไม่ สภาพแห่งข้อหาของโจทก์ไม่พอให้ถือว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ระหว่างโจทก์กับจำเลย อันจะทำให้โจทก์มีสิทธิฟ้องร้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1410/2513
พลเรือเอกสวัสดิ์ ภูติอนันต์ โจทก์
กระทรวงมหาดไทย โดยพลเอกประภาส จารุเสถียร ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พลเรือเอกสวัสดิ์ ภูติอนันต์ · ล. - กระทรวงมหาดไทย โดยพลเอกประภาส จารุเสถียร ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จรัญ อิศระ · ถาวร หุตะโกวิท · ชลอ บุปผเวส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายประเสริฐ วราภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา