⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1448/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1448/2513

ป.อาญา ม.295 · ประมวลกฎหมายอาญาทหาร ม.295 · ป.วิ.อาญา ม.182

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลอุทธรณ์มีอำนาจหยิบยกปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาแล้วขึ้นพิจารณาใหม่ได้ แม้คู่ความจะไม่ได้อุทธรณ์ในประเด็นนั้นก็ตาม หากศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความมานั้นฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิด

ย่อคำพิพากษา

คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย แม้คู่ความจะไม่ได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจหยิบยกปัญหาข้อนี้ขึ้นพิจารณาได้ ในเมื่อเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ได้คาวมมานั้นฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.182 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญาทหาร ม.295

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.182 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกปล้นทรัพย์แล้วใช้ไฟฉายตีทำร้ายผู้เสียหาย และพรากบุตรสาวอายุ ๑๖ ปี ของผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๔๐, ๓๑๘, ๒๘๔ และขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ทั้งหมดแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกาย แม้โจทก์ไม่ได้ขอให้ลงโทษแต่ก็ได้บรรยายการกระทำผิดมา พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๙๕ จำคุก ๖ เดือน จำเลยอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ลดมาตราส่วนโทษ ๑ ใน ๓ จำคุก ๔ เดือน ยกข้อหาฐานปล้นทรัพย์ พรากหญิงไปเพื่อการอนาจาร ข่มขืนกระทำชำเรา จำเลยต้องขังมาพอแก่โทษแล้วจึงปล่อยตัวไป โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยมิได้กระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายด้วย พิพากษายกฟ้องในข้อหาฐานทำร้ายอีกกระทงหนึ่ง โจทก์ฎีกาว่า เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานทำร้ายผู้อื่นแล้ว โจทก์จำเลยต่างไม่อุทธรณ์ คดีถึงที่สุดแล้ว ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจหยิบยกขึ้นพิจารณาอีก ศาลฎีกาฟังว่าจำเลยกระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายจริง แม้จำเลยจะไม่ได้อุทธรณ์ ในเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจหยิบยกปัญหาข้อนี้ขึ้นพิจารณาได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะในข้อที่ยกฟ้องในข้อหาฐานทำร้ายร่างกายให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่แก้ว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๙๕ ประกอบมาตรา ๗๖ ให้จำคุกจำเลย ๔ เดือน จำเลยต้องขังมาพอแก่โทษแล้วจึงให้ปล่อยตัวไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1448/2513 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายเขียว หรือสมจิตร ทองสวาท ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · ล. - นายเขียว หรือสมจิตร ทองสวาท
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพนธ์ ศาตะมาน · ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายอรุณ ศิลปวิวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเดช วุฒิสิงห์ชัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 505/2480ฎีกา 2936/2564ฎีกา 20504/2556ฎีกา 3172/2526ฎีกา 1867/2531ฎีกา 264/2499ฎีกา 1336/2553ฎีกา 789/2480ฎีกา 7958/2555ฎีกา 333/2527ฎีกา 2716/2535ฎีกา 3127/2516ฎีกา 1666/2521ฎีกา 444/2537ฎีกา 16867/2557ฎีกา 1249-1250/2492ฎีกา 323/2510ฎีกา 852/2464ฎีกา 404/2497ฎีกา 5838/2541ฎีกา 1618/2499ฎีกา 12802/2558ฎีกา 942/2532ฎีกา 182/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา