คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1541/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 ต้องวางโทษภายในอัตราที่ได้ลดมาตราส่วนจากโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ แล้ว ไม่ใช่การวางโทษตามบทความผิดเสียก่อนแล้วจึงลดจากโทษที่ศาลวางไว้นั้น
ย่อคำพิพากษา
การลดมาตราส่วนโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76พึงวางโทษภายในอัตราที่ได้ลดมาตราส่วนจากโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ แล้ว ไม่ใช่วางโทษตามบทความผิดเสียก่อนเป็นเบื้องต้น แล้วจึงลดจากโทษที่ศาลวางไว้นั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกับพวกทำการปล้นทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓,๓๔๐ และริบปืนของกลาง กับให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ส่วนที่ยังไม่ได้คืน
ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยกระทำผิดจริงดังฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๘๓ จำเลยอายุ ๑๙ ปีลดมาตราส่วนโทษลงเสีย ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๖ จำคุกจำเลยไว้ ๑๓ ปี๔ เดือน จำเลยรับสารภาพ ปรานีลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘คงจำคุกจำเลยไว้ ๘ ปี ๑๐ เดือน ๒๐ วัน ริบปืนของกลาง ส่วนค่าเสียหายปรากฏว่าผู้เสียหายได้รับชดใช้ไปแล้ว จึงให้ยกคำขอข้อนี้
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๘๓ ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด๒๐ ปี จำเลยอายุ ๑๙ ปี แต่ยังไม่เกิน ๒๐ ปี ลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้ให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๑๓ ปี ๔ เดือน จำเลยรับสารภาพในชั้นสอบสวน และชั้นศาลก็รับว่ากระชากสร้อยผู้เสียหาย เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้อีกกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยไว้ ๖ ปี๘ เดือน นอกจากที่แก้ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาก็ฟังว่าจำเลยกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ แต่เห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาวางบทความผิดของจำเลยและวางโทษเสียก่อนแล้วจึงลดมาตราส่วนโทษตามมาตรา ๗๖ โดยคิดหักทอนจากจำนวนโทษที่ได้วางไว้ด้วยวิธีเดียวกับการลดโทษนั้น ยังไม่ถูกต้องตามความประสงค์ของกฎหมายเพราะหาใช่เป็นการลดมาตราส่วนโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นไม่ หากแต่เป็นการลดโทษที่ศาลวางไว้ในเบื้องต้นนั่นเอง
จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๘๓ แต่จำเลยมีอายุเพียง ๑๙ ปีและได้พิเคราะห์แล้วเห็นสมควรให้ลดมาตราส่วนโทษลงตามมาตรา ๗๖หนึ่งในสาม วางโทษจำคุกจำเลย ๑๓ ปี ๔ เดือน คำรับของจำเลยในชั้นสอบสวนและชั้นศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษจึงลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงให้จำคุกจำเลย ๖ ปี ๘ เดือนนอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1541/2513
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายเม้ง หรือประเสริฐ แซ่โง้ว หรือแซ่ตั้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายเม้ง หรือประเสริฐ แซ่โง้ว หรือแซ่ตั้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เฉลิม ทัตภิรมย์ · จินตา บุณยอาคม · อุทัย ศุภนิตย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายสวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา สุมาวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา