คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1592/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายประกันมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลลดค่าปรับได้ แม้จะเลยกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นสั่งปรับเต็มตามสัญญาประกันไปแล้ว โดยให้ถือเอาวันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่ลดค่าปรับเป็นจุดเริ่มต้นในการนับระยะเวลาอุทธรณ์และฎีกา
ย่อคำพิพากษา
นายประกันผิดสัญญาไม่สามารถส่งตัวจำเลยมาฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นตามนัด ศาลชั้นต้นสั่งปรับเต็มตามสัญญา และพิพากษาลงโทษจำเลย ต่อมาอีก 1 ปีเศษ นายประกันส่งตัวจำเลยต่อศาลได้แล้วยื่นคำร้องขอให้ลดค่าปรับ ศาลชั้นต้นสั่งว่าไม่มีเหตุจะลดค่าปรับนายประกัน นายประกันมีสิทธิอุทธรณ์และฎีกาขอให้ลดค่าปรับได้อีกภายในกำหนดเวลาสำหรับอุทธรณ์ฎีกา นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่ลดค่าปรับ (แม้จะเป็นเวลาถึง 1 ปีเศษแล้ว นับแต่ศาลชั้นต้นสั่งปรับเต็มตามสัญญาประกัน)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักทรัพย์ ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นปล่อยจำเลยชั่วคราวโดยให้มีประกันตัว ศาลนัดฟังคำพิพากษาวันที่ ๑๗ ธันวาคม๒๕๑๑ แต่นางสาวอรทัย ศุขโต นายประกันไม่สามารถส่งตัวจำเลยตามนัดได้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๑๑ ปรับนางสาวอรทัย ศุขโตนายประกันฐานผิดสัญญา เป็นเงิน ๘๐,๐๐๐ บาทเต็มตามสัญญา และให้ชำระค่าปรับภายใน ๑๕ วัน ในวันเดียวกันนั้นได้ออกหมายจับจำเลยมาฟังคำพิพากษาด้วย แต่ก็ไม่ได้ตัวจำเลยภายใน ๑ เดือนนับแต่วันออกหมายจับศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย ให้จำคุกจำเลย ๔ ปี
ต่อมาวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๑๓ นางสาวอรทัยนายประกันยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าได้แจ้งให้ตำรวจจับจำเลยได้แล้ว ขอส่งตัวจำเลยต่อศาลศาลสั่งให้รับตัวไว้ ครั้นวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ นางสาวอรทัยนายประกันยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า นับแต่จำเลยไม่มาฟังคำพิพากษาตามนัดนายประกันมิได้นิ่งนอนใจ ได้ออกติดตามหาตัวจำเลยทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด และยังได้จ้างให้คนอื่นตามด้วย สิ้นเงินค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ต่อมาผู้ที่นายประกันจ้างให้ติดตามนั้นแจ้งว่าพบตัวจำเลยถูกจับอยู่ที่สถานีตำรวจ นายประกันจึงได้ขอให้ส่งตัวจำเลยไว้ในคดีนี้จึงขอให้ศาลพิจารณาลดค่าปรับที่ได้สั่งปรับไปนั้นด้วย
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยถูกจับในคดีอื่น ไม่ใช่นายประกันนำตำรวจจับได้เองไม่มีเหตุจะลดค่าปรับ
นางสาวอรทัยนายประกันอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นสมควรลดค่าปรับให้ ๑ ใน ๔ คงปรับ ๖๐,๐๐๐ บาท
นางสาวอรทัยนายประกันฎีกาขอลดค่าปรับลงอีก
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อหาของจำเลยเป็นความผิดฐานลักทรัพย์โดยมีเหตุฉกรรจ์เท่านั้นทรัพย์ที่จำเลยลักไปเป็นเงิน ๗๒๙.๒๕ บาท เมื่อศาลนัดฟังคำพิพากษาครั้งแรกในวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๑ จำเลยก็มาศาลหากแต่ไม่ได้ฟังเพราะศาลเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไปซึ่งถ้าจำเลยได้ฟังคำพิพากษาเสียในนัดแรกแล้ว คงไม่มีเหตุพิพาทเกิดขึ้น และนับแต่ออกหมายจับเป็นเวลา ๑ ปีเศษแล้วก็ยังจับจำเลยไม่ได้ การได้ตัวจำเลยมาลงโทษตามคำพิพากษาก็เพราะความขวนขวายเอาใจใส่ติดตามของนายประกัน ทั้งน่าเชื่อว่านายประกันได้สิ้นเงินค่าใช้จ่ายในการติดตามมิใช่น้อย รูปคดีมีเหตุสมควรลดหย่อนค่าปรับลงอีกได้
พิพากษาแก้เป็นปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1592/2513
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายย้ง แซ่ลิ้ม จำเลย
นางสาวอรทัย ศุขโต นายประกัน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายย้ง แซ่ลิ้ม · นายประกัน - นางสาวอรทัย ศุขโต |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เฉลิม กรพุกกะณะ · ชลอ บุปผเวส · สนับ คัมภีรยส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายอุดม ทันด่วน · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ ภู่งาม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา