คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1608/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- ฟ้องซ้ำต้องเป็นการฟ้องคดีที่อาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับคดีก่อน และเป็นประเด็นเดียวกันกับคดีก่อน
- บุคคลที่ครอบครองใช้ประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์อยู่ก่อน ย่อมมีสิทธิเหนือกว่าบุคคลที่เข้ามาแย่งการครอบครองในภายหลัง
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องของโจทก์คดีก่อน โจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาทโดยซื้อได้จากการขายทอดตลาดของศาล แล้วให้จำเลยเช่า จำเลยผิดสัญญาเช่า จึงขอให้ขับไล่จำเลย ศาลฎีกาฟังว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะโจทก์ไม่มีสิทธิเอาไปให้จำเลยเช่า พิพากษายกฟ้องโจทก์ ส่วนคดีนี้โจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นผู้ใช้สิทธิครอบครองที่พิพาทอันเป็นที่สาธารณะนี้อยู่ตั้งแต่จำเลยแพ้คดีโจทก์ในชั้นศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ครั้นเมื่อจำเลยชนะคดีในชั้นศาลฎีกา จำเลยจึงได้บุกรุกเข้ามาปลูกต้นมะพร้าวอันเป็นการโต้แย้งรบกวนสิทธิของโจทก์ ดังนี้ แม้ที่พิพาทจะเป็นแปลงเดียวกันคู่ความเดียวกัน แต่สิทธิที่โจทก์อ้างมาในฟ้องเป็นคนละอย่างคนละประเด็น การกระทำที่โจทก์อ้างว่าจำเลยรบกวนสิทธิของโจทก์เป็นคนละวาระและมิได้ต่อเนื่องกัน ฟ้องของโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ
แม้ที่พิพาทจะเป็นที่สาธารณประโยชน์ของแผ่นดินซึ่งพลเมืองมีสิทธิใช้ร่วมกัน แต่เมื่อโจทก์ครอบครองใช้ประโยชน์อยู่ก่อนแล้วจำเลยเข้าไปแย่งการครอบครองซ้อน ในระหว่างโจทก์จำเลยสิทธิเหนือที่พิพาทจึงดีกว่าจำเลย การที่จำเลยนำต้นมะพร้าวเข้าไปปลูกในที่พิพาทซึ่งโจทก์ครอบครองทำประโยชน์อยู่ จึงเป็นการรบกวนสิทธิของโจทก์ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเพื่อปลดเปลื้องการรบกวนสิทธิของโจทก์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองที่ดินเนื้อที่ ๔๐ ไร่ ๓ งาน ๘๐ วาโจทก์เอาที่ดินแปลงนี้ให้จำเลยทั้งสองเช่า ต่อมาจำเลยไม่ชำระค่าเช่าโจทก์จึงฟ้องขับไล่ ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง โจทก์ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยตามคำท้า จำเลยได้บุกรุกเอาต้นมะพร้าวเข้ามาปลูกในที่ดินของโจทก์จำนวน ๙ ต้น ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยถอนย้ายต้นมะพร้าว๙ ต้นออกจากที่ดินตามฟ้องและห้ามเกี่ยวข้องต่อไป
จำเลยให้การว่า ที่ดินที่โจทก์ฟ้องเป็นหนองน้ำสาธารณะ โจทก์ขาดอำนาจฟ้อง โจทก์ฟ้องคดีนี้เป็นครั้งที่สอง เป็นการฟ้องซ้ำ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองย้ายต้นมะพร้าว ๙ ต้น ออกไปจากที่ดินตามฟ้องของโจทก์ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องต่อไป
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องของโจทก์คดีก่อน โจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาทโดยซื้อได้จากการขายทอดตลาดของศาลแล้วให้จำเลยเช่าจำเลยผิดสัญญาเช่า จึงขอให้ขับไล่จำเลย ศาลฎีกาฟังว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ โจทก์ไม่มีสิทธิเอาไปให้จำเลยเช่า พิพากษายกฟ้องโจทก์ส่วนคดีนี้โจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นผู้ใช้สิทธิครอบครองที่พิพาทอันเป็นที่สาธารณะนี้อยู่ตั้งแต่แพ้คดีโจทก์ในชั้นศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ครั้นเมื่อจำเลยชนะคดีในชั้นศาลฎีกา จำเลยจึงได้บุกรุกเข้ามาปลูกต้นมะพร้าว อันเป็นการโต้แย้งรบกวนสิทธิของโจทก์ ดังนี้ จะเห็นได้ว่าแม้ที่พิพาทจะเป็นแปลงเดียวกัน คู่ความเดียวกัน แต่สิทธิที่โจทก์อ้างมาในฟ้องเป็นคนละอย่างคนละประเด็น การกระทำที่โจทก์อ้างว่าจำเลยรบกวนสิทธิของโจทก์ เป็นคนละวาระและมิได้ต่อเนื่องกัน ฟ้องของโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ
เรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ที่พิพาทจะเป็นที่สาธารณะประโยชน์ของแผ่นดินซึ่งพลเมืองมีสิทธิใช้ร่วมกัน แต่เมื่อโจทก์ครอบครองใช้ประโยชน์อยู่ก่อนแล้วจำเลยเข้าไปแย่งการครอบครองซ้อน เช่นนี้ ในระหว่างโจทก์จำเลย สิทธิของโจทก์ที่มีอยู่เหนือที่พิพาทจึงดีกว่าจำเลย การที่จำเลยนำต้นมะพร้าวเข้าไปปลูกในที่พิพาทซึ่งโจทก์ครอบครองทำประโยชน์อยู่ จึงเป็นการรบกวนสิทธิของโจทก์ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเพื่อปลดเปลื้องการรบกวนสิทธิของโจทก์ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1608/2513
นายเขียน รุ่งแจ้ง โจทก์
นายฮวด ธรรมสวัสดิ์ ที่ 1 นางเฟื้อน ธรรมสวัสดิ์ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเขียน รุ่งแจ้ง · จำเลย - นายฮวด ธรรมสวัสดิ์ ที่ 1 นางเฟื้อน ธรรมสวัสดิ์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · อัศนี เกาไศยนันท์ · สวัสดิ์ ภู่งาม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมบัติ วังตาล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา