⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 202/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สินค้าสำเร็จรูปคือสินค้าที่ผลิตเสร็จสมบูรณ์แล้ว แม้จะมีคุณสมบัติพิเศษกว่าสินค้าทั่วไป ก็ยังคงถือเป็นสินค้าสำเร็จรูป

ย่อคำพิพากษา

ลวดเหล็กเส้นที่โจทก์สั่งนำเข้ามาเป็นเหล็กเส้นสำเร็จรูปเป็นท่อน ๆ จึงเป็นสินค้าสำเร็จรูป ข้อที่ว่าเป็นเหล็กเส้นชนิดที่ใช้หล่อเสาหรือแผ่นคอนกรีตอัดแรงอันจะใช้เหล็กเส้นธรรมดาทำไม่ได้ แต่ถ้าใช้เหล็กเส้นอย่างนี้ไปทำการอย่างอื่นแทนเหล็กเส้นธรรมดา ถ้าไม่ต้องให้มีการดัดเหล็กหรืองอเหล็กแล้ว ก็ย่อมใช้ได้ ก็ไม่ทำให้เห็นว่าเหล็กอย่างนี้จะไม่ใช่สินค้าสำเร็จรูป เป็นแต่ว่าเหล็กเส้นชนิดนี้มีคุณภาพพิเศษกว่าเหล็กเส้นธรรมดา โดยใช้ในการหล่อคอนกรีตอัดแรงได้ ซึ่งเหล็กเส้นธรรมดาใช้ไม่ได้เท่านั้น การที่ตราพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร ให้ใช้บังคับแก่ผู้ประกอบการตั้งแต่เดือนมีนาคม 2509 เป็นต้นไป และปรากฏว่าลวดเหล็กอย่างของโจทก์นี้ต้องเสียภาษีอัตราร้อยละ 5 ของรายรับ ดังนี้ ไม่แสดงว่าลวดเหล็กของโจทก์มิใช่สินค้าสำเร็จรูป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.77

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์นำลวดเหล็กคอนกรีตอัดแรงเข้ามาและนำไปผลิตเป็นวัสดุอย่างอื่น จึงมิใช่สินค้าสำเร็จรูปที่นำมาใช้ในโรงงานเพื่อผลิตขายต่อไป โจทก์จึงชำระภาษีการค้าประเภทการค้า การขายของชนิด ๙ (ก) อัตราภาษีร้อยละ ๑.๕ ชำระภาษีไปเป็นเงิน ๓,๓๐๖.๐๒ บาท เจ้าพนักงานของกรมสรรพาการแจ้งการประเมินภาษีการค้าให้โจทก์ชำระเพิ่มภาษีอัตราร้อยละ ๑.๕ เป็นร้อยละ ๕ เป็นค่าภาษี ๗,๐๑๒.๗๕ บาท เงินเพิ่ม ๓๕๐.๖๔ บาท เบี้ยปรับ ๗,๐๑๒.๗๕ บาท ภาษีเทศบาล ๑,๔๓๗.๖๑ บาท รวมที่ค้างชำระอีก ๑๕,๘๑๓.๗๕ บาท โจทก์เห็นว่าเป็นการประเมินคลาดเคลื่อนได้อุทธรณ์คัดค้าน กรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้งดเรียกเบี้ยปรับและภาษีบำรุงเทศบาลเฉพาะส่วนที่คำนวณจากเบี้ยปรับ นอกนั้นคงให้โจทก์ชำระ โจทก์เห็นว่าลวดเหล็กมิใช่สินค้าสำเร็จรูป ควรเสียเพียงร้อยละ ๑.๕ ขอให้ศาลพิพากษาว่าการประเมินของเจ้าพนักงานนั้นไม่ชอบ และยกคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ในส่วนที่ให้โจทก์ต้องชำระเงินอีกนั้นเสีย ฯลฯ จำเลยให้การว่า ลวดเหล็กที่โจทก์นำเข้ามาเป็นสินค้าสำเร็จรูปตามนัยมาตรา ๗๗ แห่งประมวลรัษฎากรกร ศาลชั้นต้นเห็นว่า ลวดเหล็กเป็นสินค้าสำเร็จรูป ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๗ ได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า สินค้าสำเร็จรูปนั้น คือสินค้าซึ่งตามสภาพอาจอุปโภคบริโภคได้โดยไม่จำต้องเปลี่ยนหรือดัดแปลงหรือนำไปผสมกับสิ่งอื่นสำหรับลวดเหล็กเส้นที่โจทก์สั่งนำเข้ามานี้ปรากฏว่าเป็นลวดเหล็กเส้นสำเร็จรูปเป็นท่อน ๆ ที่โจทก์นำสืบพยานมานั้นก็แสดงไปในทางว่าเป็นเหล็กเส้นชนิดที่ใช้หล่อเสาหรือแผ่นคอนกรีตอัดแรง ซึ่งการอย่างนั้นใช้เหล็กเส้นธรรมดาทั่ว ๆ ไปมาทำไม่ได้ แต่ถ้าจะใช้เหล็กเส้นอย่างนี้ไปทำการอย่างอื่นแทนเหล็กเส้นธรรมดา ถ้าไม่ต้องให้มีการดัดเหล็กหรืองอเหล็กแล้วก็ย่อมใช้ได้ ก็ไม่ทำให้เห็นว่าเหล็กเส้นอย่างนี้จะไม่ใช่สินค้าสำเร็จรูป คือ ยังใช้อุปโภคไม่ได้ เป็นแต่ว่าเหล็กเส้นชนิดนี้ มีคุณภาพพิเศษกว่าเหล็กเส้นธรรมดา โดยใช้ในการหล่อคอนกรีตอัดแรงได้ ซึ่งเหล็กเส้นธรรมดาใช้ไม่ได้เท่านั้น ไม่ใช่ว่าโดยสภาพทั่ว ๆ ไปของของอันนี้ยังใช้อุปโภคอะไรไม่ได้เลย นอกจากจะต้องเปลี่ยนดัดแปลง หรือนำไปผสมกับอะไรอื่นเสียก่อน ข้อที่โจทก์อ้างว่าลวดเหล็กชนิดนี้ เป็นวัสดุเฉพาะอย่างที่ทำมาเพื่อนำไปผสมกับวัสดุอื่นโดยเฉพาะ อันมีชื่อเรียกกันว่าวัสดุจำพวกคอนกรีตอัดแรงเท่านั้น ไม่มีผู้นำไปใช้อย่างอื่นนอกจากงานที่ว่านี้นั้น เพียงแต่เหตุนี้ไม่ทำให้ถือว่าเป็นสินค้ายังไม่สำเร็จรูป เพราะ ลำพังแต่ความประสงค์ของการที่ทำมาเพื่ออะไร และโดยปกติจะได้เอาไปใช้ทำอะไรโดยเฉพาะนั้นก็ตามแต่เมื่อได้ทำมาเป็นสิ่งของขึ้นแล้ว สิ่งของอันนั้น ๆ มีการใช้เป็นของสำเร็จรูปประการอื่นได้ด้วยแม้ว่าในท้องตลาดจะไม่นิยมใช้หรือไม่มีการสั่งเข้ามาขายในท้องตลาดเพื่อการอย่างอื่นนั้นก็ตาม ก็หาทำให้สภาพของของที่ทำไว้ขึ้นนั้นกลายเป็นสินค้าที่ไม่สำเร็จรูปแต่ประการเดียวขึ้นไม่ เพราะสภาพของความสำเร็จรูปขึ้นอยู่กับการที่เอาอุปโภคได้ ส่วนข้อที่โจทก์อ้างในฟ้องว่า ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากรให้ใช้บังคับแก่ผู้ประกอบการตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๐๙ เป็นต้นไป ปรากฏว่าลวดเหล็ก (อย่างของโจทก์) นี้ต้องเสียภาษีอัตราร้อยละ ๕ ของรายรับ โจทก์ได้ยกเอาเป็นเหตุขึ้นมาตีความว่า ก่อน ๆ มานั้นของอย่างนี้ไม่ต้องเสียภาษีอัตราร้อยละ ๕ เพราะมิใช่เป็นสินค้าสำเร็จรูปนั่นเอง จึงต้องแก้ไขกฎหมายกันดังนั้น ก็เห็นว่า การแก้กฎหมายดังนี้ไม่ได้ความหมายโดยตรงที่ทำให้เห็นว่าเป็นเพราะตามกฎหมายเก่าของอย่างนี้ไม่ใช่ของสำเร็จรูป เมื่อต้องการจะเก็บภาษีอย่างอัตราของสำเร็จรูป จึงได้แก้กฎหมายเสียใหม่ดังนี้ขึ้นมา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2513 บริษัทเยนเนอรัลเอนยิเนียริง จำกัด โดยนางชัชนี จาติกวณิช และ นายบรรยง ล่ำซำ กรรมการ โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความจำกัด - บริษัทเยนเนอรัลเอนยิเนียริง · โจทก์ - โดยนางชัชนี จาติกวณิช และ นายบรรยง ล่ำซำ กรรมการ · จำเลย - กรมสรรพากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม ทัตภิรมย์ · ศริ มลิลา · เสลา หัมพานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายธวัช สิทธิชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายรื่น วิไลชนม์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2303/2533ฎีกา 258/2530ฎีกา 2382/2534ฎีกา 778/2527ฎีกา 2643/2515ฎีกา 812/2519ฎีกา 1817-1818/2516ฎีกา 3707/2534ฎีกา 9909/2539ฎีกา 971/2518ฎีกา 2169/2534ฎีกา 1618/2522ฎีกา 1027/2510ฎีกา 3167/2524ฎีกา 1283/2526ฎีกา 3775/2535ฎีกา 859/2536ฎีกา 1917/2514ฎีกา 2807/2515ฎีกา 4065/2534ฎีกา 1329/2511ฎีกา 536/2521ฎีกา 4007/2534ฎีกา 831/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา