⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 946/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้อุทธรณ์ไม่ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งภายในกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง ถือเป็นการทิ้งฟ้องตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ผู้อุทธรณ์ไม่นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยอุทธรณ์คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งภายในกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง จะเป็นโดยจงใจหรือหลงลืมพลั้งเผลอย่อมเป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 246 บัญญัติให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการพิจารณาและการชี้ขาดตัดสินคดีในศาลชั้นต้น มาใช้บังคับแก่การพิจารณาและการชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นอุทธรณ์โดยอนุโลม และมาตรา 229 กำหนดให้ผู้อุทธรณ์ยื่นสำเนาอุทธรณ์ต่อศาลเพื่อส่งให้แก่จำเลยอุทธรณ์ ฉะนั้น การส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจึงเป็นเรื่องที่จะละเว้นเสียมิได้และบทบัญญัติแห่งมาตรา 174(2) ย่อมนำมาใช้บังคับในชั้นพิจารณาขอศาลอุทธรณ์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ชำระหนี้ตามหนังสือค้ำประกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งในวันเดียวกับวันที่โจทก์ยื่นอุทธรณ์ คือวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๑๒ ว่า"รับเป็นอุทธรณ์ สำเนาให้จำเลย ให้โจทก์นำส่งสำเนาฟ้องอุทธรณ์ให้จำเลยภายใน ๑๕ วัน มิฉะนั้นถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องอุทธรณ์" วันที่ ๗มกราคม ๒๕๑๓ หัวหน้ากองบังคับคดีแพ่งมีหนังสือรายงานศาลชั้นต้นว่า โจทก์หรือทนายโจทก์ยังไม่มานำหมายไปส่งให้จำเลย วันที่ ๙มกราคม ๒๕๑๓ ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๑๓ โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ว่าทนายของโจทก์หลงลืมไม่มาฟังคำสั่งศาลว่าจะรับอุทธรณ์หรือไม่ และมีคำสั่งอย่างไร มาติดตามเรื่องปรากฏว่าล่วงพ้นเวลาที่ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ไปแล้ว ขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่โจทก์ผู้อุทธรณ์ไม่นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งในเวลาตามที่ศาลกำหนด จะเป็นโดยจงใจหรือหลงลืม ก็เป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๗๔ มีคำสั่งให้จำหน่ายคดี โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มิได้เพิกเฉย โจทก์ยังติดใจที่จะดำเนินคดีของโจทก์ต่อไป จึงยังไม่เป็นทิ้งฟ้อง และจะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔ (๒) มาใช้กับการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ไม่ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลฎีกาได้พิพากษาไว้เป็นบรรทัดฐานตามฎีกาที่ ๑๗๘/๒๕๐๕ แล้วว่าการที่ผู้อุทธรณ์ไม่นำส่งหมายนัดและสำเนาฟ้องอุทธรณ์ให้อีกฝ่ายหนึ่ง จะเป็นโดยจงใจหรือหลงลืมก็เป็นการทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔เมื่อโจทก์ผู้อุทธรณ์ยังติดใจดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์ ก็ควรต้องเอาใจใส่ปฏิบัติการให้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย ข้อกล่าวอ้างของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔ เป็นบทบัญญัติที่อยู่ในภาค ๒ อันว่าด้วยวิธีพิจารณาในศาลชั้นต้น ซึ่งมาตรา ๒๔๖มีบัญญัติไว้ชัดแจ้งแล้วว่า บทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาในศาลชั้นต้นให้ใช้บังคับแก่การพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ได้โดยอนุโลม และมาตรา ๒๒๙ก็บัญญัติว่า "การอุทธรณ์นั้น ให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อศาลชั้นต้น ฯลฯให้ผู้อุทธรณ์ยื่นสำเนาอุทธรณ์ต่อศาล เพื่อส่งให้แก่จำเลยอุทธรณ์ ฯลฯ"ดังนี้ การส่งสำเนาอุทธรณ์จึงเป็นข้อที่ละเว้นเสียมิได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2513 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โจทก์ นางเจียร รักษนาเวศ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด · จำเลย - นางเจียร รักษนาเวศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน พูนคำ · จำรูญ โชติรัต · แถม สิริสาลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประถม วิเชียรเนตร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ ทิพยมนตรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1337/2533ฎีกา 7154/2551ฎีกา 866/2518ฎีกา 361/2539ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 861/2540ฎีกา 9203/2547ฎีกา 8337/2540ฎีกา 7201/2568ฎีกา 70/2518ฎีกา 215/2544ฎีกา 581/2502ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1959/2529ฎีกา 7631/2552ฎีกา 1077/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา