⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1366-1367/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1366-1367/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญาขายฝากที่ทำขึ้นโดยมีเจตนาจะทำสัญญากู้ยืมเงินกันมาแต่แรก ไม่ถือเป็นนิติกรรมอำพราง สัญญาขายฝากจึงมีผลสมบูรณ์ 2. บุคคลที่มิใช่ผู้ขายฝากตามกฎหมาย จะไม่มีสิทธิไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากได้

ย่อคำพิพากษา

หลังจากทำหนังสือสัญญาขายฝากและจดทะเบียนไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว 6 เดือนเต็ม โจทก์ทำเอกสารขึ้นอีกฉบับหนึ่งว่า โจทก์จะไม่เอาที่ดินหลุดเป็นสิทธิโดยอนุญาตให้ ส. ผู้ขายฝากทำการก่อสร้างในที่ดินที่ขายฝากได้ ส่วนดอกเบี้ยต้องมาตกลงกันอีกในภายหลังพฤติการณ์เช่นนี้ถือว่าคู่กรณีมีเจตนาจะทำสัญญากู้ยืมกันมาแต่แรกหาได้ไม่ สัญญาขายฝากจึงมิใช่นิติกรรมอำพราง จำเลยไม่ใช่ผู้ขายฝากเป็นเพียงภรรยาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของ ส. ผู้ขายฝากเท่านั้น ตามกฎหมายจำเลยจะใช้สิทธิไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.497

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

สำนวนแรก นางกิมนึ้งฟ้องนายสายและนางประยูรว่าจำเลยขายฝากที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างไว้กับโจทก์ กำหนดไถ่ถอนคืนใน ๑ ปี บัดนี้พ้นกำหนดแล้ว แต่โจทก์ยอมให้จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินที่ขายฝากและโจทก์ให้คำมั่นต่อจำเลยว่าโจทก์จะไม่เอาขาด ให้จำเลยซื้อคืนได้แต่ต้องคิดค่าป่วยการให้โจทก์ตามแต่จะตกลงกัน จำเลยก็ให้คำมั่นว่าจะชำระหนี้เงินกู้แล้วจึงจะซื้อคืนแต่ไม่ได้กำหนดเวลากันไว้ โจทก์จึงให้ทนายความมีหนังสือกำหนดเงื่อนเวลาให้จำเลยชำระหนี้และซื้อที่ดินที่ขายฝาก มิฉะนั้นคำมั่นเป็นอันเลิกกัน ให้จำเลยและบริวารออกไปจำเลยไม่ชำระหนี้และซื้อที่ดินภายในกำหนด ขอให้บังคับจำเลยกับบริวารออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ขายฝากและใช้ค่าเสียหาย หลังจากโจทก์ยื่นฟ้องแล้วประมาณ ๗ วัน จำเลยที่ ๑ ถึงแก่กรรมโจทก์ถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ให้การและขอเพิ่มเติมว่าสัญญาขายฝากที่จำเลยที่ ๑ทำไว้ คู่กรณีมิได้มีเจตนาใช้บังคับแต่เพื่อพรางบุคคลภายนอก หลังจากทำสัญญาขายฝากแล้วจำเลยกับโจทก์ตกลงแปลงหนี้กันใหม่ เปลี่ยนจากการขายฝากเป็นการกู้เงิน โจทก์ยอมสละสิทธิในที่ดินคืนให้จำเลยจำเลยชำระหนี้แล้วคงเหลือเงิน ๘๐,๐๕๐ บาท จึงนำเงินจำนวนนี้ไปขอชำระหนี้และให้โจทก์จัดการโอนที่ดินที่ขายฝากคืน โจทก์ไม่ยอมโอน สำนวนที่ ๒ นางประยูรกลับเป็นโจทก์ฟ้องนางกิมนึ้งเป็นจำเลยว่าโจทก์กับนายสายกู้เงินจำเลยแล้วนายสายขายฝากที่ดินโฉนดที่ ๔๘๗ ให้จำเลย จำเลยตกลงจะไม่เอาที่ดินหลุด จำเลยผ่อนชำระหนี้แล้วเหลือ ๘๐,๐๕๐ บาท จึงได้นำเงินจำนวนนี้ไปชำระให้จำเลย และขอให้โอนที่ดินที่รับซื้อฝากไว้คืน นางกิมนึ้งยื่นคำให้การใจความทำนองเดียวกับฟ้องโจทก์ในสำนวนแรกและยังให้การอีกว่าจำเลยขอแบ่งแยกโฉนดที่ ๔๘๗ ออกเป็นแปลงเล็ก ๆ ๓๐ โฉนด เพื่อให้โอกาสโจทก์ขายหรือให้เช่าและผ่อนชำระหนี้แก่จำเลย ต่อมาโจทก์ใช้อุบายหลอกลวงจำเลยให้ลงชื่อในใบมอบอำนาจรวม ๗ โฉนด โดยว่าเมื่อโจทก์ขายได้แล้วจะเอาเงินมาให้จำเลยคงเหลืออยู่ ๒๓ โฉนด ต่อมาโจทก์คิดบัญชีกับจำเลย ซึ่งโจทก์กู้ไปรายย่อยอีก ๘๐,๐๕๐ บาท โจทก์ก็ทำสัญญากู้ให้จำเลย ระหว่างพิจารณา นางกิมนึ้งถึงแก่ความตาย นางสาวประกอบขอรับมรดกความ ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ขายฝากให้โจทก์ไว้ ให้ยกฟ้องของจำเลย โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ ๒,๕๐๐ บาท ตั้งแต่วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๐๙ จนกว่าจะออกไปจากที่พิพาท จำเลยฎีกาทั้งในฐานะเป็นโจทก์และจำเลย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การขายฝากที่ดินรายนี้ทำสัญญาเป็นหนังสือและจดทะเบียนไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว แต่เอกสารหมาย ล.๑ (ข้อความว่านางกิมนึ้งอนุญาตให้นายสายก่อสร้างในโฉนดที่ ๔๘๗ ถึงกำหนดขายฝากแล้วไม่เอาขาดแต่ให้มาคิดดอกเบี้ยกันมากหรือน้อยแล้วแต่จะตกลงกัน ฯลฯ) หลังจากจดทะเบียนการขายฝากถึง ๖ เดือนเศษ จะถือว่านิติกรรมขายฝากเป็นนิติกรรมอำพรางหาได้ไม่จำเลยไม่ใช่ผู้ขายฝาก และเป็นเพียงภรรยาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของนายสายผู้ขายฝากเท่านั้น จะใช้สิทธิไถ่ทรัพย์สินนี้ไม่ได้ จำเลยมิได้ซื้อที่ดินที่ขายฝากคืนในเวลาตามกำหนดที่โจทก์ให้ทนายมีหนังสือถึงจำเลย และมิได้ออกไปจากที่ดินดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1366 - 1367/2514 นางกิมนึ้ง ชิ้นในเมือง โจทก์ นายสาย กาญจนจินดา ที่ 1 นางประยูร กาญจนจินดา ที่ 2 จำเลย นางประยูร กาญจนจินดา โจทก์ นางกิมนึ้ง ชิ้นในเมือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกิมนึ้ง ชิ้นในเมือง · จำเลย - นายสาย กาญจนจินดา ที่ 1 นางประยูร กาญจนจินดา ที่ 2 · โจทก์ - นางประยูร กาญจนจินดา · จำเลย - นางกิมนึ้ง ชิ้นในเมือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายศิลปชัย มุ่งถิ่น · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล เชาวน์ดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 400/2532ฎีกา 1466/2498ฎีกา 1392/2510ฎีกา 2165/2537ฎีกา 648/2513ฎีกา 8/2522ฎีกา 3781/2533ฎีกา 1038-1039/2509ฎีกา 2010/2500ฎีกา 656/2517ฎีกา 2182/2534ฎีกา 1195/2511ฎีกา 541-542/2512ฎีกา 672-675/2506ฎีกา 764/2502ฎีกา 11036/2553ฎีกา 1667/2535ฎีกา 7138/2544ฎีกา 1576/2525ฎีกา 129/2534ฎีกา 2542/2521ฎีกา 734/2526ฎีกา 366/2506ฎีกา 1486/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา