คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1428-1429/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองเอกสารสิทธิเพียงอย่างเดียว ไม่ถือว่ามีหนี้อันเป็นคุณประโยชน์เกี่ยวกับเอกสารนั้น และไม่มีสิทธิยึดหน่วงเอกสารไว้ได้
การขอให้ศาลสั่งว่าหนี้เกิดขึ้นโดยการสมยอม ต้องว่ากล่าวเป็นคดีใหม่ต่างหาก ไม่สามารถยื่นคำร้องขอในคดีเดิมได้
ย่อคำพิพากษา
การครอบครองโฉนดที่ดินซึ่งจำเลยมีความผูกพันจะต้องขายให้ผู้ร้องเป็นเพียงครอบครองเอกสารซึ่งแสดงถึงกรรมสิทธิ์ในที่ดินเท่านั้น ถือไม่ได้ว่าผู้ร้องมีหนี้อันเป็นคุณประโยชน์เกี่ยวกับโฉนด ไม่มีสิทธิยึดหน่วงโฉนดไว้
การที่ขอให้ศาลสั่งว่าหนี้ระหว่างโจทก์จำเลยเกิดขึ้นโดยการสมยอมต้องว่ากล่าวเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก ผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอให้สั่งในคดีเดิมไม่ได้ และจะร้องว่าโจทก์ไม่ได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในคดีเดิมไม่ได้เช่นเดียวกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสองสำนวน ศาลสั่งรวมการพิจารณาพิพากษา
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลย ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ตามฟ้อง จำเลยไม่ชำระ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับยึดที่ดินโฉนดที่ ๒๓๕๕ ของจำเลยและขอให้ศาลเรียกโฉนดดังกล่าวซึ่งอยู่ในความครอบครองของนายเยี่ยมผู้ร้องมาเพื่อดำเนินการต่อไป
นายเยี่ยมผู้ร้องยื่นคำร้องว่า จำเลยขายที่ดินพร้อมกับมอบโฉนดดังกล่าวให้ผู้ร้องยึดถือ ขณะนี้ได้ฟ้องจำเลยเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา ผู้ร้องมีสิทธิยึดหน่วงโฉนดโจทก์จำเลยไม่มีมูลหนี้ต่อกันสมยอมกันทำสัญญากู้เงินขึ้นจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล แพ่ง โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดปทุมธานีโดยไม่ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตต่อศาล การกระทำของโจทก์เลยเป็นการสมยอม เป็นการใช้กลฉ้อฉล ไม่สุจริตทำให้ผู้ร้องเสียเปรียบ ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการฉ้อฉล
โจทก์คัดค้านว่าคำร้องเคลือบคลุม ผู้ร้องไม่มีอำนาจจะให้ศาลไต่ส่วนในกรณีนี้และไม่มีอำนาจที่จะให้ศาลสั่งเพิกถอนโจทก์จำเลยมิได้สมยอมกันหรือทำกลฉ้อฉลจำเลยไม่มีสิทธิยึดหน่วงโฉนด
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเชื่อว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์จริง สั่งยกคำร้องของผู้ร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าผู้ร้องเคยเป็นผู้ครอบครองโฉนดที่ ๒๓๕๕ โดยจำเลยมอบให้ไว้เนื่องจากตกลงจะขายที่ดินแปลงนี้ให้ไว้ก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงครอบครองเอกสารซึ่งแสดงถึงกรรมสิทธิ์ในตัวทรัพย์คือที่ดินเท่านั้นไม่ใช่ครอบครองที่ดินซึ่งจำเลยมี ความผูกพันจะต้องขายให้ผู้ร้อง จึงถือว่าผู้ร้องมีหนี้อันเป็นคุณประโยชน์เกี่ยวกับโฉนดที่ ๒๓๕๕ ไม่ได้ ผู้ร้องไม่มีสิทธิยึดหน่วงโฉนด
ผู้ร้องไม่มีสิทธิที่จะร้องเข้ามาในคดีนี้ ขอให้ศาลสั่งว่าหนี้ระหว่างโจทก์จำเลยเกิดขึ้นโดยการสมยอม หากผู้ร้องยังติดใจจะว่ากล่าวในประเด็นข้อนี้ ก็ให้ผู้ร้องไปว่ากล่าวเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหากส่วนที่ผู้ร้องอ้างว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาควาแพ่ง ผู้ร้องก็ไม่มีสิทธิมาร้องในคดีนี้เช่นเดียวกัน
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1428 - 1429/2514
นางสาวสายหยุด ใจมั่น โจทก์
นางยุวดี เจียมตน ล.
นายเยี่ยม สุขประพฤติ ผู้ร้อง
นางสาวสายหยุด ใจมั่น โจทก์
นางยุวดี เจียมตน ล.
นายเยี่ยม สุขประพฤติ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวสายหยุด ใจมั่น · ล. - นางยุวดี เจียมตน · ผู้ร้อง - นายเยี่ยม สุขประพฤติ · โจทก์ - นางสาวสายหยุด ใจมั่น · ล. - นางยุวดี เจียมตน · ผู้ร้อง - นายเยี่ยม สุขประพฤติ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลอ บุปผเวส · วินัย ทองลงยา · เฉลิม กรพุกกะณะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายบุญเลิศ เผ่าภิญโญ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนับ คัมภีรยส |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา