⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1587/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ตราบใดที่ศาลชั้นต้นยังมิได้พิพากษา คู่ความอาจยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องหรือคำให้การได้ แม้ศาลจะสั่งงดการดำเนินกระบวนพิจารณาและนัดฟังคำพิพากษาแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ในคดีแพ่ง เมื่อไม่มีการชี้สองสถานหรือสืบพยาน แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งงดการดำเนินกระบวนพิจารณาและนัดฟังคำพิพากษาแล้วแต่ตราบใดที่ศาลชั้นต้นยังมิได้พิพากษา ย่อมถือว่าอยู่ในระยะเวลาที่คู่ความอาจยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องหรือคำให้การได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 22/2514)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.187

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้พาคนงานเข้าไปปักหลักเพื่อขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ในเขตซึ่งโจทก์ได้ขออาชญาบัตรสำรวจแร่ไว้ก่อนแล้วขอให้บังคับจำเลยถอนหลักและห้ามขัดขวาง จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยได้ขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ในที่ว่างไว้ก่อนโจทก์ และได้หนังสืออาชญาบัตรสำรวจแร่แล้ว ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และคดีขาดอายุความ หลังจากจำเลยยื่นคำให้การ และมีการนัดพร้อมเพื่อตกลงประนีประนอมกันครั้งหนึ่งแล้ว ก่อนถึงวันนัดพร้อมครั้งที่สองจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ขอให้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นและมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔ ศาลชั้นต้นสั่งให้งดการดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปและนัดฟังคำพิพากษา หลังจากศาลชั้นต้นสั่งดังกล่าว แต่ก่อนศาลชั้นต้นจะพิพากษาโจทก์ได้ยื่นคำร้องของแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่ต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๐, ๒๘ เพราะคดีเสร็จสำนวนแล้ว ให้ยกคำร้อง แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องคดีนี้ได้ ขอให้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาพิพากษาใหม่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๐ บัญญัติว่า "การแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การที่คู่ความเสนอต่อศาลแต่แรกนั้นให้ทำเป็นคำร้อง ถ้าศาลเห็นว่า ... ฯลฯ ... (๒) คู่ความที่ขอแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การอาจยื่นคำร้องได้ก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานแล้วแต่กรณีและคดีไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ให้ศาลมีคำสั่งยกคำร้องนั้นเสีย" คดีนี้ไม่มีการชี้สองสถานและการสืบพยาน เนื่องจากศาลชั้นต้นได้พิเคราะห์คำฟ้อง คำให้การ คำร้องของจำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้น และคำแถลงคัดค้านของโจทก์แล้วเห็นว่าคดีพอที่จะวินิจฉัยได้ ให้งดการดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ในการพิจารณาคดีแพ่งนั้น เมื่อไม่มีการชี้สองสถานหรือสืบพยาน ตราบใดที่ศาลชั้นต้นยังมิได้พิพากษา ถือว่าอยู่ในระยะเวลาที่คู่ความอาจยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องหรือคำให้การได้ หาเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๐ ไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องของโจทก์ไว้ แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1587/2514 นายหรั่ง อิ่นรอง โจทก์ นายฉัตรชัย กฤษตานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหรั่ง อิ่นรอง · จำเลย - นายฉัตรชัย กฤษตานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิกรม เมาลานนท์ · ศริ มลิลา · แปลก ศิงฆมานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายชัยชาญ วิบุลศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6981/2547ฎีกา 248-249/2494ฎีกา 1272/2539ฎีกา 318/2527ฎีกา 6928/2537ฎีกา 962/2534ฎีกา 6/2534ฎีกา 318-329/2525ฎีกา 8099/2544ฎีกา 2868/2532ฎีกา 7442/2544ฎีกา 1107/2493ฎีกา 871/2509ฎีกา 3674/2527ฎีกา 6513/2557ฎีกา 3721/2550ฎีกา 3504/2543ฎีกา 1173/2497ฎีกา 3538/2536ฎีกา 7069/2560ฎีกา 464/2549ฎีกา 1747/2500ฎีกา 793/2504ฎีกา 2958/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา