⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1998/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1998/2514

ย่อคำพิพากษา

ในการปล้นทรัพย์ จำเลยถือปืนจ้องระวังอยู่หน้าบันไดเรือนผู้เสียหายเป็นพฤติการณ์ที่เห็นได้ชัดว่าจำเลยคอยขัดขวางมิให้คนมาช่วยผู้เสียหายซึ่งเป็นการกระทำส่วนหนึ่ง เพื่อให้การปล้นทรัพย์บรรลุผลสำเร็จเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานเป็นตัวการปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ประกอบด้วยมาตรา 83

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๑ เวลากลางคืนจำเลยกับพวกอีก ๕ คน ได้สมคบกันกระทำผิดด้วยกันมีอาวุธปืนติดตัวเป็นคนร้าย ทำการปล้นทรัพย์ธนบัตรเป็นเงิน ๒๕๐ บาทของนายขอด สุวรรณวงค์ไป เหตุเกิดที่ตำบลสองแคว อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ตามวันเวลาดังกล่าวเจ้าพนักงานจับจำเลยได้และได้รถจักรยานยนต์ที่จำเลยกับพวกใช้ขับขี่ไปกระทำผิดคดีนี้รวม ๓ คัน เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๘๓ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน ๒๕๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง ๑ คัน และขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาดำที่ ๑๒๗๙/๒๕๑๑ ของศาลจังหวัดเชียงใหม่ด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จ จำเลยขอให้การใหม่ว่าจำเลยขับรถรับส่งพวกปล้นทรัพย์จริง ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๒ ประกอบด้วยมาตรา ๘๖ จำคุก ๖ ปี ๘ เดือน จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวนและชั้นศาล ลดให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ๔ เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๒๕๐ บาทแก่ผู้เสียหาย ของกลางไม่ริบ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษเป็นตัวการร่วมกระทำผิดและขอให้ริบของกลางด้วย ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเชื่อว่าจำเลยได้เข้าร่วมทำการปล้นทรัพย์ของนายขอดผู้เสียหายด้วย แต่ที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางด้วยนั้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่ใช่ทรัพย์สินซึ่งได้ใช้หรือมีไว้ใช้ในการกระทำผิด จึงไม่ริบ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๒, ๘๓ ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๑๐ ปี คำรับสารภาพชั้นสอบสวนและชั้นศาลเมื่อสืบพยานเสร็จแล้วมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง เห็นสมควรลดโทษให้ ๑ ใน ๔ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๗ ปี ๖ เดือน นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้กระทำเพียงแต่ขับรถจักรยานยนต์รับส่งคนร้ายที่มาปล้นผู้เสียหายเท่านั้น จึงควรมีความผิดฐานผู้สนับสนุนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์มีพยานหลักฐานฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุจำเลยนี้ถือปืนสั้นอยู่ที่ประตูรั้วบ้านผู้เสียหาย จำเลยจ้องปืนขู่ไม่ให้คนเข้าไป ต่อมาก็มีคนร้ายลงจากเรือนผู้เสียหาย ๒ คนวิ่งหนีไป จำเลยก็ได้วิ่งหนีไปทางเดียวกัน อันเป็นพฤติการณ์ที่เห็นได้ชัดว่าจำเลยเจตนาคอยช่วยเหลือดูต้นทางและคอยขัดขวางมิให้คนมาช่วยผู้เสียหาย ซึ่งเป็นการกระทำส่วนหนึ่งเพื่อให้การปล้นทรัพย์บรรลุผลสำเร็จ อันเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานเป็นตัวการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาวางบทกำหนดโทษจำเลยมา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พร้อมกันพิพากษายืน ให้ยกฎีกาของจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1998/2514 อัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นายจู อูปหนอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดเชียงใหม่ · จำเลย - นายจู อูปหนอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัศนี เกาไศยนันท์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · สวัสดิ์ ภู่งาม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายวิชิต บุญถนอม · ศาลอุทธรณ์ - นายสมบัติ วังตาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 599/2532ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531ฎีกา 1/2567ฎีกา 2274/2525ฎีกา 5957/2530ฎีกา 643/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา