⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 235/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 235/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยกข้อความที่กล่าวเสียดสีหรืออาฆาตมาดร้ายต่อศาลมากล่าวในคำฟ้องอุทธรณ์โดยไม่จำเป็น ถือเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล และผู้ยื่นคำฟ้องอุทธรณ์รวมถึงทนายความ ย่อมมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นคำแถลงไปยังสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคมีข้อความว่า ศาลจดรายงานกระบวนพิจารณาไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่พูดกันในขณะจดรายงาน ฯ เป็นการช่วยเหลือฝ่ายจำเลยซึ่งมีอิทธิพล ทำให้โจทก์เสียเปรียบในเชิงคดีและเป็นการไม่ให้ความเป็นธรรมแก่โจทก์ในการดำเนินกระบวนพิจารณา ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยคัดข้อความดังกล่าวมาในฟ้องอุทธรณ์ด้วยข้อความดังกล่าวนี้กล่าวหาว่าศาลไม่เป็นธรรม จึงถือได้ว่าเป็นข้อความที่มุ่งกล่าวเสียดสีศาล แม้ข้อความที่กล่าวเสียดสีศาลจะเป็นข้อความซึ่งโจทย์คัดมาจากคำแถลงของโจทก์และหาใช่ถ้อยคำที่โจทก์ใช้ในอุทธรณ์ก็ตาม แต่การที่โจทก์ยกมากล่าวไว้ในอุทธรณ์โดยไม่จำเป็นจึงเป็นการแสดงเจตนาว่า โจทก์มุ่งกล่าวให้เห็นในคำฟ้องอุทธรณ์ด้วย แม้ตัวโจทก์จะเป็นผู้ยื่นคำฟ้องอุทธรณ์ต่อศาลก็ตาม แต่ทนายโจทก์ก็เป็นผู้เรียงข้อความที่เสียดสีเหล่านั้น ผลแห่งการยื่นจึงถือได้เท่ากับว่าทนายโจทก์เป็นผู้ยื่นเองด้วย ฉะนั้น ตัวโจทก์และทนายโจทก์ย่อมมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลในฐานที่ประพฤติตนไม่เรียบร้อยอย่างหนึ่งในบริเวณศาล

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.31 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.33 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากในชั้นเดิมโจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานว่าบังอาจแสดงอำนาจปฏิบัติหน้าที่ในทางมิชอบ โดยจับกุมตัวโจทก์ ห้ามมิให้โจทก์ใช้เครื่องจักรประกอบกิจการสับไม้และแกล้งทำการสอบสวนหน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ทั้งที่รู้ว่าไม่ได้กระทำผิด ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงินแก่โจทก์ จำเลยให้การปฏิเสธว่า มิได้กระทำการอันเป็นการละเมิดตามที่กล่าวหา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ โดยตัวโจทก์เป็นผู้ลงนามในคำฟ้องอุทธรณ์ ทนายโจทก์เป็นผู้ลงนามในช่องผู้เรียงคำฟ้องอุทธรณ์ และตัวโจทก์เป็นผู้นำคำฟ้องอุทธรณ์มายื่นต่อศาลชั้นต้น ทนายโจทก์ไม่ได้นำมายื่นเอง ศาลชั้นต้นสั่งว่า ในคำฟ้องอุทธรณ์มีข้อความที่กล่าวก้าวร้าวเสียดสีศาลจึงเรียกโจทก์มาสอบถามในวันนั้น แล้วสั่งให้โจทก์แก้ไขข้อความใส่ส่วนที่ว่าก้าวร้าวนั้นเสีย หากโจทก์จะยื่นโดยใช้ข้อความเดิม ก็ให้ทำคำแถลงยืนยันมาเป็นลายลักษณ์อักษร โจทก์ยื่นคำแถลงในวันนั้นว่ายืนยันยื่นอุทธรณ์ตามที่ได้ยื่นไว้แล้ว ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ และต่อมาสั่งว่าโจทก์กับทนายโจทก์ละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา ๓๑(๑) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้จำคุกโจทก์และทนายโจทก์คนละ ๒ เดือน โจทก์และทนายโจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาล ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และทนายโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อความในฟ้องอุทธรณ์ที่กล่าวว่า ...การกระทำของศาลเป็นการไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนั้น เพื่อช่วยฝ่ายจำเลยซึ่งมีอิทธิพลทำให้คดีของโจทก์เสียเปรียบในเชิงคดี และเป็นการไม่ให้ความเป็นธรรมแก่โจทก์ในการดำเนินกระบวนพิจารณา ฯลฯ นั้น เป็นการกล่าวหาว่าศาลกระทำการไม่เป็นธรรมช่วยเหลือคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง แม้ข้อความข้างต้นจะเป็นข้อความซึ่งโจทก์คัดมาจากคำแถลงติดสำนวนของโจทก์ที่ยื่นไว้ยังสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคก็ตาม แต่การที่โจทก์ยกมากล่าวไว้ในอุทธรณ์โดยไม่จำเป็น จึงเป็นการแสดงเจตนาว่าโจทก์มุ่งกล่าวไว้ให้เห็นในคำฟ้องอุทธรณ์ถือได้ว่าเป็นการมุ่งกล่าวเสียดสีศาล นอกจากนี้มีสำเนาคำร้องเรียนถึงคณะกรรมการตุลาการที่แนบมาท้ายอุทธรณ์ อันถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องอุทธรณ์นั้น ก็มีข้อความว่า ศาลเกรงกลัวอิทธิพลของจำเลย และกระทำการโดยมิชอบด้วยทำนองคลองธรรม ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อความที่กล่าวไว้เหล่านั้นเป็นข้อความที่เสียดสีศาล เมื่อเอามายื่นต่อศาล ถือได้ว่าเป็นการกระทำละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา ๓๑(๑) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แม้ตัวโจทก์จะเป็นผู้ยื่นคำฟ้องอุทธรณ์ แต่ทนายโจทก์ก็เป็นผู้เรียงข้อความที่เสียดสีเหล่านั้น ผลแห่งการยื่นจึงถือได้ว่าเท่ากับว่าทนายโจทก์เป็นผู้ยื่นเองด้วย ทั้งทนายโจทก์และตัวโจทก์ย่อมมีความผิดฐานะละเมิดอำนาจศาลในฐานที่ประพฤติตนไม่เรียบร้อยอย่างหนึ่งในบริเวณศาล แต่ศาลเห็นสมควรลงโทษเพียงปรับ จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ปรับโจทก์และทนายโจทก์คนละ ๒๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลผลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 235/2514 นายอุดม เจริญพัฒน์ โจทก์ ร้อยตำรวจเอกผล พิทักษ์ถิ่น ที่ 1 ร้อยตำรวจโท มาโนชน์ ศรีธารานนท์ ที่ 2 สิบตำรวจตรีฉลวย รวมทรัพย์ ที่ 3 ร้อยตำรวจตรีปรีชา ปลดริปู ที่ 4 จ่าสิบ ตำรวจสุจินต์ ภุหิรัญ ที่ 5 จ่าสิบตำรวจเฉลิม พยัคฆวรรณ ที่ 6 ร้อยตำรวจเอก

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุดม เจริญพัฒน์ · 2 - ร้อยตำรวจเอกผล พิทักษ์ถิ่น ที่ 1 ร้อยตำรวจโท มาโนชน์ ศรีธารานนท์ ที่ · จ่าสิบ - สิบตำรวจตรีฉลวย รวมทรัพย์ ที่ 3 ร้อยตำรวจตรีปรีชา ปลดริปู ที่ 4 · ร้อยตำรวจเอก - ตำรวจสุจินต์ ภุหิรัญ ที่ 5 จ่าสิบตำรวจเฉลิม พยัคฆวรรณ ที่ 6
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม หัตภิรมย์ · จินตา บุณยอาคม · อุทัย ศุภนิตย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายสมศักดิ์ จูสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประพจน์ ถิระวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4681-4682/2528ฎีกา 4024/2536ฎีกา 4820/2548ฎีกา 1843/2551ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 4597/2531ฎีกา 2916/2522ฎีกา 7988/2551ฎีกา 3589/2525ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 2099/2532ฎีกา 4789/2553ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5150/2552ฎีกา 5768/2534ฎีกา 9134/2551ฎีกา 2981/2545ฎีกา 70/2518ฎีกา 1049/2526ฎีกา 215/2544ฎีกา 3016/2522ฎีกา 100/2540ฎีกา 12104/2553ฎีกา 801/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา