⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 266/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสำคัญผิดว่าผู้ตายมีอาวุธปืนและกำลังจะยิงทำร้ายในระยะใกล้ ถือเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงตัว การกระทำเพื่อป้องกันตนในกรณีเช่นนี้เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ตายไม่มีอาวุธปืน แต่เมื่อพฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุผลสมควรทำให้จำเลยสำคัญผิดเข้าใจว่าผู้ตายมีอาวุธปืนและกำลังจะยิงทำร้ายจำเลยในระยะห่างกัน 2 วา อันนับได้ว่าเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงตัวจำเลย จำเลยชอบที่จะใช้สิทธิกระทำเพื่อป้องกันตนได้และการที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายเพื่อป้องกันตนไป 1 นัดในทันทีนั้นการกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ด้วย ความสำคัญผิดในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 วรรคแรก (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 5/2514)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.62 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๑๐ เวลากลางคืน จำเลยบังอาจใช้ปืนสั้นยิงนายปรีชา แก้วแสงมณี โดยเจตนาฆ่า และนายปรีชาแก้วแสงมณี ถึงแก่ความตายสมเจตนาเหตุเกิดที่ตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยยิงเพื่อป้องกันตนพอสมควรแก่เหตุพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ตายไม่ได้พกปืนไปในคืนเกิดเหตุการที่จำเลยเข้าใจเอาเองว่าผู้ตายจะล้วงปืนมายิงจำเลย จึงเป็นการเดาเอาเอง การกระทำของจำเลยยังไม่เข้าลักษณะป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายพิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำเลยอายุ ๑๗ ปีลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๕ แล้วจำคุกจำเลย ๗ ปี ๖ เดือน ลดตามมาตรา ๗๘ ให้อีก ๑ ใน ๓ คงจำคุกจำเลยไว้ ๕ ปี จำเลยฎีกา คดีมีปัญหาว่า การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตายนั้น เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายอันไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ หรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหานี้โดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า ในคืนเกิดเหตุผู้ตายมิได้มีอาวุธปืนพกอยู่ในกระเป๋ากางเกงที่ผู้ตายทำท่าล้วงลงไป แต่เมื่อได้พิเคราะห์ถึงพฤติเหตุต่าง ๆ ที่ได้ความจากคำพยานโจทก์จำเลยตรงกันว่าผู้ตายกับจำเลยเคยมีสาเหตุกันอยู่ ผู้ตายชอบทำตัวเป็นอันธพาล เคยพกปืนติดตัวอยู่เสมอทั้งเคยทำท่าจะไล่ยิงจำเลยมาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้นคืนเกิดเหตุเมื่อผู้ตายเข้าใจว่าจำเลยแกล้งขว้างผู้ตาย ผู้ตายได้หันหลังกลับเข้าหาจำเลยในท่านั่งยอง ๆ ห่างกัน ๒ วา พร้อมกับเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงทำท่าจะล้วงอะไรออกมาและพูดว่า "อ้ายเตี้ยมึงจะเอาอะไรกับกู มึงตายเสียเถิดอย่าอยู่เลย" ประกอบทั้งตรงที่เกิดเหตุมีแสงสว่างเพียงสลัว ๆ สะท้อนมาจากจอหนังเท่านั้น จำเลยก็มีอายุเพียง ๑๗ ปี ยังอ่อนต่อความคิดและรูปร่างเล็กกว่าผู้ตาย ในพฤติการณ์เช่นนี้ ย่อมมีเหตุอันสมควรที่ทำให้จำเลยสำคัญผิดเข้าใจว่าในกระเป๋าของผู้ตายมีปืนอยู่จริง และล้วงลงไปเพื่อยิงจำเลย จึงนับได้ว่ามีภยันตรายที่ใกล้จะถึงตัวจำเลยแล้ว จำเลยจึงชอบที่จะใช้สิทธิกระทำเพื่อป้องกันตนได้ ดังนั้น การที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายเพื่อป้องกันตนไปทันทีเพียง ๑ นัด เช่นนี้ ย่อมถือได้ว่าเป็นการกระทำการป้องกันชีวิตของตนพอสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ ประกอบด้วยมาตรา ๖๒ วรรคแรก จำเลยจึงไม่มีความผิดฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2514 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายเตี้ย หรือไพโรจน์ เล้าอรุณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · จำเลย - นายเตี้ย หรือไพโรจน์ เล้าอรุณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · อัศนี เกาไศยนันท์ · สวัสดิ์ ภู่งาม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายพินิจ สังขนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมณี พิมพ์ประสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2669/2538ฎีกา 625/2518ฎีกา 729/2508ฎีกา 226/2529ฎีกา 2716/2535ฎีกา 175/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1309/2513ฎีกา 1165/2537ฎีกา 410/2546ฎีกา 2266/2534ฎีกา 182/2532ฎีกา 96/2529ฎีกา 7233/2549ฎีกา 1187/2543ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1697/2535ฎีกา 1036/2513ฎีกา 4952/2536ฎีกา 1283/2544ฎีกา 189/2487ฎีกา 5215/2539ฎีกา 1074/2466
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา