⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 555/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 555/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเบิกความในชั้นไต่สวนเพื่อให้ศาลสั่งอนุญาตให้ฟ้องคดีอย่างคนอนาถา เป็นข้อความเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของผู้เบิกความเท่านั้น ไม่ใช่ข้อความที่เกี่ยวกับโจทก์หรือจำเลยในคดี จึงไม่เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จ

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยเข้าเบิกความในชั้นไต่สวนเพื่อให้ศาลสั่งอนุญาตให้จำเลยซึ่งเป็นโจทก์ในคดีนั้นฟ้องคดีอย่างคนอนาถา เป็นข้อความที่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของจำเลย มิได้เกี่ยวพันถึงโจทก์ในคดีนี้หรือจำเลยในคดีนั้น โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้องคดีในข้อหาเบิกความเท็จ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและขอแก้ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๑๐ จำเลยได้เบิกความในการไต่สวนอนาถาของศาลจังหวัดฉะเชิงเทราคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๙๕/๒๕๑๐ ที่จำเลย (ในคดีนี้) เป็นโจทก์ฟ้องนางแฉล้มภริยาของโจทก์ (ในคดีนี้) เป็นจำเลยว่า "ข้าฯ เคยไปขอให้นางธิดาช่วยเหลือนางธิดาก็ช่วยไม่ได้ เพราะเงินทองอยู่กับสามีและสามีก็เพิกเฉยเสีย" และ "ข้าฯ ไม่มีทางจะขอให้ผู้ใดช่วยเหลือเรื่องค่าธรรมเนียมได้เลย" ซึ่งข้อความสำคัญในคดีที่ไต่สวนอนาถา ความจริงนางธิดารับรู้จนกระทั่งสามียินยอมอนุญาตให้ฟ้องความจำเลยก็ลงชื่อเป็นพยานในหนังสือยินยอมนั้น เหตุเกิดที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์เป็นสามีนางแฉล้มและในฐานะตัวแทนนางแฉล้มจำเลยในคดีนั้นจึงมีส่วนได้เสียและเป็นผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ ในการไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์อ้างหนังสือมอบอำนาจเป็นตัวแทนคำเบิกความของนายวิรัตน์และหนังสือยินยอมของสามีให้นางธิดาภริยาฟ้องความซึ่งอยู่ในสำนวนคดีแพ่งดำที่ ๙๕/๒๕๑๐ เป็นพยานเอกสารแล้วไม่ติดใจสืบพยานบุคคล ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องข้อเท็จจริงตามคำฟ้องไม่เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จ คดีโจทก์จึงไม่มีมูลพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่จำเลยฟ้องคดีอย่างคนอนาถา และเบิกความต่อศาลในเรื่องเป็นคนอนาถาอย่างไรก็ตาม โจทก์หาเป็นผู้เสียหายไม่ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คำเบิกความของจำเลยตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องนั้นเป็นข้อความที่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของจำเลย มิได้เกี่ยวพันถึงโจทก์ในคดีนี้หรือจำเลยในคดีนั้นเลย แม้จะเป็นเท็จโจทก์ก็มิได้รับความเสียหายอะไร โจทก์ในฐานะคู่ความมีสิทธิที่จะนำพยานมาสืบคัดค้านคำเบิกความของจำเลยได้ตามกระบวนกฎหมายวิธีพิจารณาเท่านั้น เพราะการไต่สวนอนาถาเป็นเรื่องอยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะสั่งประการใดก็ได้ โจทก์หาใช่ผู้เสียหายในกรณีนี้ไม่ ที่โจทก์ฎีกาว่า ถ้าโจทก์แพ้คดีศาลย่อมเรียกค่าธรรมเนียมที่จำเลยขอว่าความอนาถาจากโจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าแม้จำเลยไม่ได้ขอว่าความอย่างคนอนาถา ถ้าโจทก์แพ้คดีก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมแทนจำเลยเช่นเดียวกัน การที่จำเลยขอว่าความอย่างคนอนาถาไม่ทำให้โจทก์เสียหายหรือต้องรับผิดในเรื่องค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เมื่อโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายแล้ว ก็ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์อีกต่อไป พิพากษายืนยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 555/2514 นายอุทัย ลิปตะสุนทร โจทก์ นายวิรัตน์ สิงคิรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุทัย ลิปตะสุนทร · จำเลย - นายวิรัตน์ สิงคิรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศริ มลิลา · วิกรม เมาลานนท์ · กฤษณ์ โสภิตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายเจริญ แสนเยีย · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ จามรมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3014/2531ฎีกา 8080/2538ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 3584/2524ฎีกา 1974/2497ฎีกา 18211/2555ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 191/2520ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 45/2484ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2491-2493/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา