คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8-10/2514
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่อยู่ในความครอบครองดูแลของหน่วยงานของรัฐ ย่อมมีสิทธิและอำนาจฟ้องผู้บุกรุกให้ออกไปจากที่ดินได้
ย่อคำพิพากษา
การสงวนหรือหวงห้ามที่ดินพิพาท เป็นการสงวนหรือหวงห้ามไว้ก่อนมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 จึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายนี้ การที่ทางราชการได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์หรือไม่ ไม่ใช่สารสำคัญ
ที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่อยู่ในความครอบครองดูแลของกระทรวงศึกษาธิการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(3) ด้วย กระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นผู้ครอบครองดูแลสาธารณสมบัติของแผ่นดินรายนี้อยู่ในปัจจุบันย่อมมีสิทธิและอำนาจฟ้องผู้บุกรุกเข้ายึดถือที่ดินเพื่อเอาเป็นของตน ให้ออกไปจากที่ดินรายนี้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีทั้ง ๓ สำนวน ศาลพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามสำนวนขอให้ศาลสั่งว่าที่ดินพิพาททั้ง ๓ สำนวน เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ใช้สำหรับโรงเรียนรัฐบาล ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง
จำเลยทั้ง ๓ สำนวนให้การว่า ที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลย ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไปจากที่พิพาท ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกต่อไป
จำเลยทั้ง ๓ สำนวนอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้ง ๓ สำนวนฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีฟังได้ว่าทางราชการอำเภอบัวใหญ่ได้สงวนและหวงห้ามที่ดินรายพิพาทมาก่อน พ.ศ. ๒๔๗๒ และการสงวนหรือหวงห้ามที่ดินรายนี้เป็นการสงวนหรือหวงห้ามไว้ก่อนมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๗๘ จึงไม่ตกอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายนั้น การที่ทางราชการจะได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์หรือไม่ จึงไม่ใช่สารสำคัญและฟังว่าที่พิพาทนี้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่อยู่ในความครอบครองดูแลของกระทรวงศึกษาธิการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๐๔(๓) ด้วย กระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นผู้ครอบครองดูแลสาธารณสมบัติของแผ่นดินรายนี้อยู่ในปัจจุบันย่อมมีสิทธิและอำนาจฟ้องร้อง ผู้บุกรุกเข้ายึดถือที่ดินเพื่อเอาเป็นของตนให้ออกไปจากที่ดินรายนี้ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8 - 10/2514
กระทรวงศึกษาธิการ โดยหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
นายวิทยา อินทะกนก จำเลย
กระทรวงศึกษาธิการ โดยหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
นางสีทา อาจหาญ หรือปัญติโย ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | รัฐมนตรีว่าการกระทรวง - กระทรวงศึกษาธิการ โดยหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล · จำเลย - นายวิทยา อินทะกนก · รัฐมนตรีว่าการกระทรวง - กระทรวงศึกษาธิการ โดยหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล · จำเลย - นางสีทา อาจหาญ หรือปัญติโย ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสม เภกะสุต · ประสาท สุคนธมาน · จรัญ อิศระ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสถิตย์ สถานานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจรอง อมะรักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา