คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 983/2514
ป.พ.พ. ม.369 · ป.วิ.แพ่ง ม.249
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ข้อกฎหมายที่ยกขึ้นฎีกา ต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
2. เงินกินเปล่าที่จ่ายไปเพื่อรับโอนสิทธิการเช่า หาใช่สัญญาต่างตอบแทนไม่
ย่อคำพิพากษา
ข้อกฎหมายที่ยกขึ้นฎีกา ต้องเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
เงินที่จำเลยให้แก่เจ้าของตึกที่พิพาทเดิมตอนรับโอนสิทธิการเช่าหลังจากตึกที่พิพาทสร้างเสร็จแล้ว มีลักษณะเป็นเงินกินเปล่า หาใช่สัญญาต่างตอบแทนไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 →
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า ซื้อที่ดินและตึกแถวที่พิพาทจากพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภัสสรวงศ์ ซึ่งจำเลยเช่าตึกที่พิพาททำการค้า สัญญาเช่าหมดอายุแล้วขอให้ขับไล่และให้ใช้ค่าเสียหาย
จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกที่พิพาทที่แท้จริง จำเลยเป็นผู้รับโอนสิทธิการเช่าจากผู้เช่าเดิมมีกำหนดเวลา ๕ ปี โดยทำสัญญาครั้งละ ๑ ปี ในการนี้จำเลยได้ให้เงินค่าตอบแทนแก่เจ้าของเดิมด้วย จำเลยใช้ตึกที่พิพาทมาแล้ว ๒ ปี มีสิทธิใช้อีกประมาณ ๓ ปี และเรียกค่าเสียหายจากโจทก์
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ซื้อที่ดินและตึกที่พิพาทจากตัวแทนของเจ้าของเดิมโดยสุจริตทำนิติกรรมจดทะเบียนถูกต้องแล้วจำเลยตกลงเช่าที่ดินและตึกที่พิพาทจากเจ้าของเดิมอย่างไร โจทก์ไม่ทราบ ไม่ผูกพันโจทก์
วันชี้สองสถาน จำเลยรับว่าสัญญาต่างตอบแทนที่จำเลยกล่าวอ้างไม่มีหนังสือสัญญา
ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็น
๑. อำนาจฟ้อง
๒. สัญญาเช่าที่จำเลยกล่าวอ้างเป็นสัญญาต่างตอบแทนและผูกพันโจทก์หรือไม่
๓. ค่าเสียหาย
สำหรับประเด็นข้อ ๒ ศาลวินิจฉัยได้เอง ไม่จำเป็นต้องสืบพยานให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยในข้อนี้
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าโจทก์ซื้อที่ดินและตึกที่พิพาทจากเจ้าของเดิมแล้ว เงินที่จำเลยให้แก่เจ้าของที่ดินและตึกที่พิพาทเดิมเป็นเงินกินเปล่าจึงไม่ใช่สัญญาต่างตอบแทน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา ในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่า การบอกเลิกสัญญาเช่าของโจทก์เป็นโมฆะ และสัญญาเช่าที่จำเลยทำไว้กับเจ้าของเดิมเป็นสัญญาต่างตอบแทน ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานเป็นการไม่ชอบ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าการบอกเลิกสัญญาเช่าเป็นโมฆะเพราะเป็นวันก่อนหน้าที่โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่พิพาทนั้น จำเลยไม่ได้ให้การไว้โดยชัดแจ้งว่า การบอกเลิกสัญญาเช่านั้นไม่ชอบเพราะเหตุใด เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วแต่ศาลชั้นต้นไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย
สัญญาเช่าที่จำเลยทำไว้กับเจ้าของเดิม เป็นสัญญาต่างตอบแทนนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยได้ให้การไว้แล้วว่าจำเลยรับโอนสิทธิการเช่ามาอีกทอดหนึ่ง แสดงว่าตึกและที่พิพาทได้สร้างเสร็จแต่วันที่นายหนึ่ง แซ่จิว เช่าแล้ว เงินที่จำเลยชำระให้ภายหลังแก่เจ้าของเดิมจึงมิใช่เงินช่วยค่าก่อสร้าง มีลักษณะเป็นเงินกินเปล่าเท่านั้น จึงหาใช่สัญญาต่างตอบแทนไม่ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๖๔๓/๒๕๐๗ คดีระหว่างนายเชื้อชาย รังสิมันต์ โจทก์ นางบุ้นฮั้ว แซ่เฮง จำเลย ไม่จำเป็นต้องฟังข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ศาลล่างสั่งงดสืบพยานจำเลยนั้นชอบแล้วฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นอีกเช่นเดียวกัน
ศาลล่างพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและยกฟ้องแย้งของจำเลยนั้นชอบแล้ว
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 983/2514
นายวีระ เลาหนุวัติ โจทก์
นายวรวัฒน์ ปฏิมาวิรุจน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวีระ เลาหนุวัติ · จำเลย - นายวรวัฒน์ ปฏิมาวิรุจน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ถาวร หุตะโกวิท · ประพนธ์ ศาตะมาน · พิชัย รชตะนันทน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสมัย พนมวัน ณ อยุธยา · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา