⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1462/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1462/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านความถูกต้องแท้จริงของเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย แม้โจทก์ไม่ส่งต้นฉบับเอกสาร ก็รับฟังข้อเท็จจริงที่ว่ามีการประกันภัยตามเอกสารนั้นได้ และผู้รับประกันภัยที่ได้ชำระค่าสินไหมทดแทนแล้ว ย่อมเป็นผู้รับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัย มีอำนาจฟ้องผู้กระทำละเมิดได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับประกันภัยรถยนต์ไว้ตาม สำเนากรมธรรม์ประกันภัยท้ายฟ้อง จำเลยให้การว่ารถยนต์คันนี้ จะได้เอาประกันภัยไว้กับโจทก์หรือไม่ จำเลยไม่รับรองมีความหมายว่าจำเลยไม่รับรองว่ามีการประกันภัยรถยนต์ แต่จำเลยไม่ได้โต้แย้งคัดค้านความถูกต้องแท้จริงของเอกสารกรมธรรม์ประกันภัย การนำสืบพยานบุคคลยืนยันข้อเท็จจริงที่ว่ามีการประกันภัยตามสำเนากรมธรรม์ประกันภัยท้ายฟ้อง ไม่ใช่เป็นการสืบพยานบุคคลแทนพยานเอกสาร และเมื่อจำเลยไม่ได้โต้แย้งคัดค้านความถูกต้องแท้จริงของสำเนากรมธรรม์ประกันภัยท้ายฟ้อง แม้โจทก์ไม่ส่งต้นฉบับเอกสารก็รับฟังในข้อนี้ได้ เมื่อฟังว่าโจทก์เป็นผู้รับประกันภัยและได้เสียค่าซ่อมแซมรถยนต์ที่เอาประกันภัยแล้ว โจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยย่อมมีอำนาจฟ้องผู้กระทำละเมิดต่อรถยนต์ที่เอาประกันภัยไว้ได้ โจทก์บรรยายฟ้องถึงความเสียหายของรถยนต์ว่า โจทก์ต้องซ่อมแซมมีรายละเอียดของสิ่งของและราคาสิ่งของที่ต้องซ่อมแซมตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องถือว่าสำเนาเอกสารดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง และได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสถานแห่งข้อหาว่ารถยนต์มีชิ้นส่วนอะไรบ้างที่เสียหายราคาเท่าใด เป็นฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสอง แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.226 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.227 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.861 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.867 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.880

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนก.ท.ก.1263 ของนายโนมูโอะ มูราอิ เป็นเงิน 40,000 บาท ตามสำเนากรมธรรม์ประกันภัยท้ายฟ้องเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2510 จำเลยที่ 1ซึ่งเป็นลูกจ้างขับรถคันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ข.9636 ของจำเลยที่ 2ไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถด้วยความประมาท เป็นเหตุให้รถคันที่จำเลยที่ 1 ขับพุ่งเข้าชนรถคันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ก.1263เสียหาย มีรายการตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องหมาย 3 โจทก์ได้ซ่อมรถและเสียค่าซ่อมไปแล้ว 10,000 บาท ตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องหมาย 4โจทก์จึงเป็นผู้รับช่วงสิทธิจากเจ้าของรถ ได้ทวงถามให้จำเลยที่ 2ชดใช้ค่าเสียหายแล้ว จำเลยที่ 2 เพิกเฉย ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันชำระเงิน 10,000 บาทให้โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2510 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 500 บาท และชำระดอกเบี้ยสำหรับเงิน 10,000 บาทร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จ ระหว่างส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้อง โจทก์ขอถอนฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 ไม่ได้ขับรถไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 เหตุที่รถชนกันเกิดขึ้นเพราะความประมาทของคนขับรถหมายเลขทะเบียน ก.ท.ก.1263รถยนต์คันดังกล่าวเอาประกันภัยไว้กับโจทก์หรือไม่ จำเลยที่ 2 ไม่รับรอง และไม่รับรองว่าโจทก์ได้เสียค่าซ่อมแซมรถไปตามฟ้อง โจทก์ไม่มีสิทธิจะได้รับช่วงสิทธิค่าเสียหายอย่างมากไม่เกิน 500 บาท และตัดฟ้องว่าโจทก์บรรยายความเสียหายไม่แจ้งชัด เอกสารท้ายฟ้องหมาย 3 มิใช่คำฟ้อง จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวนตามฟ้องแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์นั้น โจทก์ฟ้องว่าโจทก์รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ก.1263ไว้ตามสำเนากรมธรรม์ประกันภัยยานยนต์ท้ายฟ้อง จำเลยให้การว่ารถยนต์คันนี้จะได้เอาประกันภัยไว้กับโจทก์หรือไม่ จำเลยที่ 2 ไม่รับรอง คำให้การของจำเลยเช่นนี้มีความหมายว่า จำเลยที่ 2 ยังไม่รับรองว่ามีการประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ก.1263 โจทก์นำนายโชติผู้ช่วยผู้จัดการบริษัทโจทก์เข้าเบิกความรับรองว่า มีการประกันภัยซึ่งมีสำเนาอยู่ที่โจทก์และมีข้อความตามสำเนากรมธรรม์ท้ายฟ้องหรือเอกสารหมาย จ.8 แต่ต้นฉบับอยู่ที่นายโนมูโอะ มูราอิ เป็นการนำสืบพยานบุคคลเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงที่ว่ามีการประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ก.1263 หาใช่โจทก์สืบพยานบุคคลแทนพยานเอกสารไม่ จำเลยไม่ได้โต้แย้งคัดค้านความถูกต้องแท้จริงของเอกสารกรมธรรม์ประกันภัยสำเนาเอกสารหมาย จ.8 แม้โจทก์ไม่ส่งต้นฉบับกรมธรรม์ประกันภัยฉบับที่กล่าว ก็รับฟังในข้อนี้ได้ จึงฟังได้ว่าโจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ก.1263 และโจทก์สืบได้ว่าเสียค่าซ่อมรถยนต์คันนี้แล้ว โจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิจากนายโนมูโอะ มูราอิ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ข้อตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่บรรยายความเสียหายของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ก.1263 มาโดยชัดแจ้งนั้น ข้อนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์ต้องซ่อมรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ก.1263 มีรายละเอียดของสิ่งของและราคาสิ่งของที่ต้องซ่อมตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องหมาย 3เห็นว่าสำเนาเอกสารท้ายฟ้องเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง และได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาว่ารถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ก.1263มีชิ้นส่วนอะไรบ้างที่เสียหาย และมีราคาเท่าใด ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ชอบด้วยบทบังคับแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรค 2 แล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1462/2515 บริษัทร.ส.พ.ประกันภัย จำกัด โดยนายเดช บุญหลง และ โจทก์ นายไพบูลย์ พานิชชีวะ กรรมการ โจทก์ นายสุเทพ เจริญสุข ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทร.ส.พ.ประกันภัย จำกัด โดยนายเดช บุญหลง และ · โจทก์ - นายไพบูลย์ พานิชชีวะ กรรมการ · จำเลย - นายสุเทพ เจริญสุข ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ดวง ดีวาจิน · ชลอ จามรมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1452/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1561/2520ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 6105/2531ฎีกา 794/2509ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา