⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 16/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลงโทษผู้กระทำผิดต้องปรับบทลงโทษตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ซึ่งเป็นคุณแก่ผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3

ย่อคำพิพากษา

เมื่อตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำผิด ข้อ 14 ในส่วนที่เกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรค 4 ได้แก้ไขใหม่ให้ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี ซึ่งมีระวางโทษเบากว่าระวางโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรค 4 เดิม ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกยี่สิบปี ในการลงโทษจำเลยสำหรับความผิดตามวรรคนี้จึงต้องปรับบทลงโทษจำเลยตาม มาตรา 340 วรรค 4 ที่แก้ไขใหม่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3ซึ่งบัญญัติให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ม.14 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องอีก 4 คน รวมกันปล้นทรัพย์รวมเป็นราคาทั้งสิ้น 12,970 บาทไป โดยจำเลยกับพวกใช้ปืนยิงหลายนัด ใช้ผ้าขาวม้าผูกแขนเจ้าทรัพย์ทั้งสองติดกัน เป็นการขู่ขวัญและใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อเป็นความสะดวกในการปล้นทรัพย์ พาเอาทรัพย์ไป เพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ และเพื่อให้พ้นจากการจับกุมขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340, 83 ริบปลอกกระสุนปืนของกลาง ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน 9,370 บาทแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่าจำเลยทำผิดตามฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 83 จำคุก 20 ปี ริบปลอกกระสุนปืนของกลาง ให้จำเลยใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน 9,370 บาทแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์น่าระแวงสงสัย พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยเป็นคนร้ายคนหนึ่งที่ร่วมกับพวกปล้นทรัพย์เจ้าทุกข์รายนี้แต่ในการปรับบทลงโทษ เห็นว่า ขณะนี้ได้มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ซึ่งมีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2514 ตามประกาศข้อ 14 ให้ยกเลิกความในมาตรา 340 และมาตรา 340 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความในมาตรา 340 ใหม่ มาตรา 340 วรรค 4 ที่แก้ไขใหม่ บัญญัติโทษฐานปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงไว้ ให้มีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี ซึ่งมีระวางโทษเบากว่าระวางโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 4 เดิม ซึ่งกำหนดโทษฐานปล้นทรัพย์โดยใช้ปืนยิงไว้มีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกยี่สิบปี ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ข้อ 14 มาตรา 340 วรรค 4 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด จึงเป็นกฎหมายที่มีระวางโทษเบากว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 4 เดิมที่ใช้ในขณะกระทำผิด กรณีเช่นนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 บัญญัติไว้ว่าให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดไม่ว่าในทางใด จึงต้องปรับบทลงโทษจำเลยตามมาตรา 340 วรรค 4 ที่แก้ไขใหม่ แต่เห็นว่ากำหนดโทษที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยมาให้จำคุก 20 ปีนั้น เหมาะสมแก่กรณีแห่งความผิดแล้ว พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 4 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 14 มาตรา 340 วรรค 4 ส่วนการกำหนดโทษการสั่งเรื่องของกลางและการคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16/2515 อัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรี โจทก์ นายปรีชาหรือแป้ง ราชสงค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรี · จำเลย - นายปรีชาหรือแป้ง ราชสงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม เพชรคุปต์ · ชวน พูนคำ · กฤษณ์ โสภิตกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2018/2526ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1597/2532ฎีกา 7217/2544ฎีกา 5414/2536ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2176/2543ฎีกา 1826/2547ฎีกา 3948/2566ฎีกา 1908/2528ฎีกา 333/2527ฎีกา 599/2532ฎีกา 1069/2547ฎีกา 1502/2518ฎีกา 1637/2528ฎีกา 6028/2552ฎีกา 51/2502ฎีกา 778/2519ฎีกา 1360/2509ฎีกา 1668/2522ฎีกา 11/2539ฎีกา 730/2509ฎีกา 6553/2547ฎีกา 2274/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา