คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1618/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ภารจำยอมโดยอายุความที่ได้มาจากการใช้ทางน้ำเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของตนติดต่อกันมาเป็นเวลาเกินกว่าสิบปี ย่อมไม่สิ้นไปเพราะการที่เจ้าของที่ดินภารจำยอมมีทางได้น้ำทางอื่นบางเวลา
ย่อคำพิพากษา
ที่พิพาทเป็นเหมืองหรือร่องน้ำซึ่งโจทก์ชักน้ำเข้าไปใช้ในที่นาโจทก์มากว่า 30 ปีแล้ว โจทก์จึงได้ภารจำยอมโดยอายุความ ซึ่งจำเลยจะปิดหรือกลบเหมืองเสียหาได้ไม่
แม้โจทก์จะมีทางได้น้ำทางอื่นบางเวลา ถ้าโจทก์ยังไม่เลิกใช้ภารจำยอมเสียเป็นเวลาสิบปีแล้ว ภารจำยอมก็หาสิ้นไปไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองและบริวารได้ปิดลำเหมืองภารจำยอมซึ่งผ่านที่ดินของจำเลย ลำเหมืองนี้เป็นทางน้ำซึ่งโจทก์ชักเอาน้ำเข้านาโจทก์ติดต่อกันมา 30 ปีเศษแล้ว และเป็นที่ซึ่งโจทก์ได้นำกระบือลงไปอาบและกินน้ำ ทำให้โจทก์เสียหายขาดประโยชน์จากการทำนาเป็นเงิน 6,000 บาท ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองและบริวารเปิดเหมืองภารจำยอม ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า โจทก์มิได้ชักน้ำจากลำคลองห้วยขวีซึ่งเป็นเหมืองฝายติดกับที่ดินของโจทก์ทางด้านอื่น จำเลยและบริวารไม่เคยทำการปิดเหมืองภารจำยอมใด ๆ โจทก์ไม่เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า มีเหมืองภารจำยอมหรือลำรางภารจำยอมผ่านที่ดินจำเลย ให้จำเลยทั้งสองเปิดลำรางน้ำภารจำยอมในที่ดินซึ่งจำเลยครอบครองอยู่เรื่องค่าเสียหายโจทก์สืบไม่ได้ ให้ยกเสีย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่มีเหมืองน้ำในที่นาของจำเลยที่ติดกับที่นาโจทก์ โจทก์อาศัยน้ำจากฝายคอนกรีตที่อยู่ทางทิศเหนือของลำห้วยขวีทำนา ไม่มีความจำเป็นอย่างใดที่โจทก์จะต้องสูบน้ำผ่านที่นาของจำเลย พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย
โจทก์ฎีกา
ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์และจำเลยที่ 2 ถึงแก่กรรมมีผู้ขอเข้ารับมรดกความแทนโจทก์จำเลย ศาลฎีกาอนุญาต
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าตรงที่พิพาทเป็นเหมืองหรือร่องน้ำซึ่งโจทก์ชักน้ำเข้าไปใช้ในที่นาโจทก์มากว่า 30 ปีแล้วโจทก์จึงได้ภารจำยอมโดยอายุความซึ่งจำเลยจะปิดหรือกลบเหมืองเสียหาได้ไม่ และแม้โจทก์จะมีทางได้นำทางอื่นบางเวลาถ้าโจทก์ยังไม่เลิกใช้ภารจำยอมเสียเป็นเวลาสิบปีแล้ว ภารจำยอมก็หาสิ้นไปไม่
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามศาลชั้นต้นทุกประการ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ และให้คืนค่าขึ้นศาลที่โจทก์เสียเกินมาหนึ่งร้อยบาทแก่โจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1618/2515
นางอยู่ สงวนศักดิ์ โจทก์
นายเหลือง เจนสาริกิจ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางอยู่ สงวนศักดิ์ · จำเลย - นายเหลือง เจนสาริกิจ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประพนธ์ ศาตะมาน · ประสาท สุคนธมาน · แผ้ว ศิวบวร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา