⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1664/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1664/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยไม่มีอันตรายแก่กายหรือจิตใจ เป็นความผิดตามมาตรา 138 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายอาญาเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยจำเลยที่ 1 ชกพลตำรวจ อ. ที่หน้าอกและจำเลยทั้งสองชกต่อยพลตำรวจ อ. กับพวก นั้น เมื่อไม่ปรากฏว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดตามมาตรา 138 วรรคสอง, 83 เท่านั้น โดยไม่มีความผิดตามมาตรา 295, 296, 83 อีกด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.138 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญา ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเมาสุราอาละวาด ฯลฯ พลตำรวจอนันต์ จึงจับกุมจำเลยตามหน้าที่ จำเลยทั้งสองร่วมกันต่อสู้ขัดขวางโดยร่วมกันชกต่อยพลตำรวจอนันต์กับพวกหลายที และร่วมกันใช้มีดแทงพลตำรวจอนันต์บริเวณราวนมและชายโครงหลายที โดยมีเจตนาฆ่าแต่พลตำรวจอนันต์ไม่ถึงแก่ความตาย เพียงแต่ได้รับอันตรายสาหัสขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๒๘๘, ๒๘๙(๒),๒๙๕, ๒๙๖, ๘๐, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า วงสุราของจำเลยส่งเสียงเอะอะและจำเลยที่ ๒ ยิงปืนขึ้น ๒ นัด เมื่อพลตำรวจอนันต์เข้าจับกุม จำเลยทั้งสองร่วมกันชกต่อยพลตำรวจอนันต์กับพวก และจำเลยที่ ๒ ใช้มีดแทงพลตำรวจอนันต์ ๓ ครั้งในบริเวณส่วนสำคัญของร่างกาย โดยมีเจตนาฆ่า พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘,๒๘๘, ๒๘๙(๒), ๒๙๕, ๒๘๖, ๘๐, ๘๓ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๙(๒), ๘๐ให้จำคุกคนละ ๑๖ ปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า พลตำรวจอนันต์ได้เข้าจับกุมจำเลยทั้งสองในข้อหาว่าเมาสุราอาละวาด ฯลฯ จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันชกต่อยต่อสู้ขัดขวางการจับกุม จำเลยที่ ๑ ได้ ชกต่อยพลตำรวจอนันต์ถูกที่หน้าอก ๒-๓ ที แล้วจำเลยทั้งสองกับพวกฝ่ายหนึ่งและพลตำรวจอนันต์กับพวกอีกฝ่ายหนึ่ง ชกต่อยกันชุลมุน ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันชกต่อยประทุษร้ายและต่อสู้ขัดขวางพลตำรวจอนันต์เจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ จากนั้นจำเลยทั้งสองวิ่งหนีพลตำรวจอนันต์วิ่งไล่ตามไปทันจำเลยทั้งสอง ห่างที่เกิดเหตุครั้งแรกประมาณ ๘๐ เมตรพลตำรวจอนันต์ปล้ำกับจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ชักมีดพกออกมาแทงพลตำรวจอนันต์ดังกล่าวแล้วโดยไม่ปรากฏว่าตอนแทงกัน จำเลยที่ ๑อยู่ตรงนั้นด้วย และไม่ได้ความว่าจำเลยที่ ๑ ทำอะไรในเหตุการณ์ตอนหลังยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้ร่วมกับจำเลยที่ ๒ แทงพลตำรวจอนันต์ด้วย จึงลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙(๒) ด้วยไม่ได้ และเหตุการณ์ในตอนแรกที่พลตำรวจอนันต์ถูกจำเลยที่ ๑ ชกที่หน้าอกนั้นไม่ปรากฏว่าพลตำรวจอนันต์ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดตามมาตรา ๒๙๕, ๒๙๖, ๘๓ ด้วย การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยจำเลยที่ ๑ ชกพลตำรวจอนันต์ที่หน้าอกและจำเลยทั้งสองชกต่อยพลตำรวจอนันต์กับพวกนั้น เป็นความผิดตามมาตรา ๑๓๘ วรรค ๒, ๘๓ เท่านั้น พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘ วรรค ๒, ๘๓ และจำเลยที่ ๒มีความผิดตามมาตรา ๒๘๙(๒), ๘๐ อีกด้วย จำคุกจำเลยที่ ๑, ๑ ปีส่วนจำเลยที่ ๒ นั้นให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๙(๒), ๘๐ อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด นอกจากที่แก้ ยืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1664/2515 อัยการจังหวัดกำแพงเพชร โจทก์ นายเสถียร จิ๋วรี ที่ 1 นายบุญ หรือบุ๋น แซ่โก ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดกำแพงเพชร · จำเลย - นายเสถียร จิ๋วรี ที่ 1 นายบุญ หรือบุ๋น แซ่โก ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนาะ เอกพจน์ · สุธรรม วรรณแสง · วิกรม เมาลานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายประเสริฐ ศรีสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายสมบัติ วังตาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 505/2480ฎีกา 187/2507ฎีกา 3172/2526ฎีกา 1867/2531ฎีกา 1336/2553ฎีกา 92/2479ฎีกา 789/2480ฎีกา 7958/2555ฎีกา 333/2527ฎีกา 2716/2535ฎีกา 444/2537ฎีกา 8198/2550ฎีกา 852/2464ฎีกา 5838/2541ฎีกา 698/2483ฎีกา 942/2532ฎีกา 1082/2507ฎีกา 182/2532ฎีกา 76/2466ฎีกา 863/2486ฎีกา 1041/2506ฎีกา 1408/2547ฎีกา 1875/2522ฎีกา 1240/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา