⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1715/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1715/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ก่อให้เกิดผลร้ายแก่บุคคลสองกลุ่มต่างกัน ถือเป็นความผิดคนละกรรมกัน แม้จะเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138,140, 288, 289, 80, 90, 91 ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ใช้ปืนยิง อ. และ พ. ซึ่งนั่งอยู่ด้วยกันก่อน อ. ถึงแก่ความตาย ส่วน พ. ได้รับอันตรายสาหัสครั้นเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้เห็นเหตุการณ์เข้าจับกุมจำเลยตามหน้าที่ จำเลยได้ยิงเจ้าพนักงานตำรวจผู้นั้นเพื่อขัดขวางการจับกุม จนเจ้าพนักงานตำรวจผู้นั้นได้รับอันตรายแก่กายการกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน กล่าวคือที่ยิง อ. และ พ. นั้นเป็นกรรมหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, และ 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 และที่ยิงต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงานตำรวจนั้นเป็นอีกกรรมหนึ่ง เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 138, 140 และ 289ประกอบด้วยมาตรา 80 เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษ เฉพาะบทหนักอันเป็นการไม่ถูกต้องศาลฎีกาย่อมพิพากษาแก้เสียได้ โดยไม่ต้องมีคู่ความฝ่ายใดยกประเด็นข้อนี้ขึ้น ฎีกาด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจใช้ปืนเป็นอาวุธปืนยิงนายอาวุธ บุญโยดมและนายพุ่ม ลอยเลื่อน โดยเจตนาฆ่า นายอาวุธได้รับบาดเจ็บถึงแก่ความตายส่วนนายพุ่ม ได้รับอันตรายสาหัส ขณะนั้นเองร้อยตำรวจโทอุทิศ พงศ์พานิช เห็นเหตุการณ์ได้เข้าทำการจับกุมจำเลยได้ใช้อาวุธปืนนั้นยิงร้อยตำรวจโทอุทิศ โดยเจตนาฆ่าเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ และต่อสู้ขัดขวางการจับกุมเจ้าพนักงานดังกล่าว กระสุนปืนถูกเจ้าพนักงานดังกล่าว แต่ไม่ถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๑๔๐, ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๐ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๘, ๑๔๐, ๒๘๘, ๒๘๙ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘อันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงนายอาวุธและนายพุ่มซึ่งนั่งซ้อนกันอยู่ก่อน ครั้นเมื่อร้อยตำรวจโทอุทิศเข้าจะจับกุมจำเลยตามหน้าที่ จำเลยก็ได้ใช้ปืนนั้นยิงร้อยตำรวจโทอุทิศอีก การกระทำของจำเลยดังกล่าวนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นความผิดต่อกฎหมายสองกรรมต่างกันกล่าวคือที่จำเลยยิงนายอาวุธและนายพุ่มนั้นเป็นกรรมหนึ่ง ครั้นเมื่อร้อยตำรวจโทอุทิศจะจับจำเลย พอตะครุบ จำเลยก็ยิงร้อยตำรวจโทอุทิศ เป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ อันเป็นบทหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐นั้นไม่ถูกต้อง จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐,๑๓๘, ๑๔๐ และ ๒๘๙ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๘๘ อันเป็นกระทงและบทหนักที่สุดตามมาตรา ๙๐, ๙๑ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1715/2515 อัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์ นายไว เพ็งคล้าย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดพัทลุง · จำเลย - นายไว เพ็งคล้าย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ ภู่งาม · จำรูญ โชติรัต · อุทัย ศุภนิตย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - นายแสวง เสริมศักดิ์สกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายล้วน นิลกำแหง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2813/2566ฎีกา 8297/2540ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 11/2539ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา