คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1812-1813/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งรู้เห็นยินยอมให้ผู้อื่นกระทำการแทนตน และได้รับประโยชน์จากการกระทำนั้นแล้ว จะอ้างว่าตนมิได้มอบอำนาจให้กระทำการแทนในภายหลัง ถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
ย่อคำพิพากษา
มารดาทำสัญญาโอนขายที่ดินมีโฉนดของจำเลยให้แก่ผู้มีชื่อแทนจำเลย ตามใบมอบอำนาจซึ่งมารดาให้น้องจำเลยเขียนชื่อและพิมพ์ลายนิ้วมือแทนจำเลย โดยจำเลยรู้เห็นยินยอมในการกระทำนี้ จำเลยจะกล่าวอ้างในภายหลังว่าตนมิได้มอบอำนาจให้มารดาขายที่ดินแทน หาได้ไม่ เพราะเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 6030 โดยซื้อจากนายสม หะมณี ได้จดทะเบียนแล้ว และโจทก์ครอบครองเป็นเจ้าของตลอดมา ก่อนโจทก์ซื้อ มีเรือน 2 หลังของนางแฉ่งมารดาจำเลยอาศัยเจ้าของที่เดิมปลูกอยู่ นางแฉ่งตาย จำเลยรับมรดกเรือนคนละหลังและขออาศัยโจทก์ ขอให้ขับไล่นายเฉลียวจำเลยต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นของจำเลย มีการปลอมใบมอบอำนาจโอนที่ดิน สัญญาซื้อขายเป็นโมฆะ กรรมสิทธิ์ยังเป็นของจำเลย
นายบุญเลิศจำเลยต่อสู้ว่า มารดาจำเลยไม่เคยอาศัยใคร จำเลยไม่เคยอาศัยโจทก์
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อเรือนออกจากที่ดินของโจทก์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ใบมอบอำนาจในการซื้อขายระหว่างนายสมกับมารดาจำเลยผู้รับมอบอำนาจ เป็นเอกสารปลอม การซื้อขายเป็นโมฆะ นายสมหรือโจทก์ไม่ได้กรรมสิทธิ์ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยในประเด็นที่โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์
โจทก์ฎีกา
ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ที่พิพาทเป็นที่มีโฉนดเดิมมีชื่อนายเฉลียวจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ วันที่ 9 เมษายน 2496 นายเฉลียวจำเลยโอนขายให้นายสม หะมณี โดยนางแฉ่งมารดาแทนผู้ขาย ตามสัญญาขายกรรมสิทธิ์ที่ดินหมาย จ.ล.2 และใบมอบอำนาจของนายเฉลียวจำเลยหมาย จ.ล.1 ต่อมาวันที่ 22 มีนาคม 2499 นายสมโอนขายให้โจทก์
มีปัญหาว่า ใบมอบอำนาจหมาย จ.ล.1 เป็นเอกสารปลอม โดยลายพิมพ์นิ้วมือกับลายเซ็นชื่อของนายเฉลียวจำเลยในเอกสารนี้มิใช่เป็นของจำเลยหรือไม่
ศาลฎีกาฟังว่า ลายพิมพ์นิ้วมือในใบมอบอำนาจเป็นลายพิมพ์นิ้วมือของนายเฉลียวจำเลยโดยชอบ การมอบอำนาจและการโอนจึงสมบูรณ์
ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่า แม้จะฟังว่าใบมอบอำนาจนี้ นายบุญเลิศเขียนชื่อและพิมพ์ลายนิ้วมือแทนนายเฉลียวจำเลยโดยนางแฉ่งมารดาให้ทำก็ตาม หากนายเฉลียวจำเลยได้รู้เห็นยินยอมในการกระทำนี้แล้วจะมากล่าวอ้างในภายหลังไม่ได้ว่าตนมิได้มอบอำนาจให้นางแฉ่งมารดาขายที่พิพาทนี้แก่นายสม เพราะเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 มิฉะนั้นจะเป็นการเปิดช่องให้ผู้ขายร่วมมือกันฉ้อโกงผู้ซื้อโดยสุจริตได้โดยง่าย แล้วศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายเฉลียวจำเลยรู้ดีว่าตนได้รู้เห็นยินยอมในการมอบอำนาจให้นางแฉ่งมารดาของตนขายที่พิพาทไปโดยชอบแล้ว จำเลยไม่มีทางชนะคดีโจทก์ได้
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทุกประการ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1812 - 1813/2515
นางบุญสืบ วรทัต โจทก์
นายเฉลียว วัชรานนท์ จำเลย
นางบุญสืบ วรทัต โจทก์
นายบุญเลิศ วัชรานนท์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางบุญสืบ วรทัต · จำเลย - นายเฉลียว วัชรานนท์ · โจทก์ - นางบุญสืบ วรทัต · จำเลย - นายบุญเลิศ วัชรานนท์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วินัย ทองลงยา · สัญชัย สัจจวานิช · เฉลิม กรพุกกะณะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา