⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 197-199/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 197-199/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าซื้อที่กำหนดให้คิดดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย หากไม่มีกฎหมายกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไว้โดยตรง ให้ใช้อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี เว้นแต่จะมีการตกลงกันไว้ในสัญญาเป็นประการอื่น

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีผู้เช่าซื้อค้างชำระค่าเช่าซื้อ แม้สัญญาเช่าซื้อจะระบุว่าให้คิดดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดเท่าที่กฎหมายอนุญาต แต่ก็ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยตรงว่าให้คิดดอกเบี้ยได้สูงสุดในอัตราเท่าใด จึงต้องใช้อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จะนำอัตราดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีสำหรับเงินกู้ยืมมาอนุโลมใช้สำหรับเงินค่าเช่าซื้อค้างชำระโดยมิได้กำหนดกันไว้ในสัญญาหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.7 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.654

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์โดยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยผิดสัญญาชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบ โจทก์ยึดรถคืนมาแล้ว ขอให้บังคับชำระค่าเช่าซื้อกับดอกเบี้ย จำเลยต่อสู้คดีและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ในฐานะลูกหนี้และจำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ค้ำประกันชำระเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างกับดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี ยกฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ก่อนจำเลยผิดนัดผิดสัญญา โจทก์เรียกค่าเช่าซื้อค้างชำระได้ หลังจากนั้นเรียกได้เฉพาะค่าเสียหาย ส่วนดอกเบี้ยเงินค้างชำระ โจทก์มีสิทธิเรียกได้ในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีตามสัญญา พิพากษาแก้ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นด้วยกับศาลอุทธรณ์ที่ให้จำเลยชำระเงินค่าเช่าซื้อค้างชำระและค่าเสียหาย ส่วนดอกเบี้ยในเงินค้างชำระนั้น ตามสัญญาเช่าซื้อข้อ ๒ มีว่า ถ้ามีการติดค้าง ผู้เช่าซื้อยอมให้ดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดเท่าที่กฎหมายอนุญาตให้เรียกร้องได้ ซึ่งศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องดอกเบี้ยได้เท่ากับร้อยละสิบห้าต่อปี ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นเรื่องจำเลยค้างชำระค่าเช่าซื้อมิใช่เป็นการกู้ยืมเงินกัน ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๔ บัญญัติให้คิดดอกเบี้ยได้อย่างสูงไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปี ในกรณีที่มีการค้างชำระค่าเช่าซื้อ ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยตรงว่าให้คิดดอกเบี้ยได้สูงสุดในอัตราเท่าใด ฉะนั้น จึงย่อมตกอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗ ซึ่งบัญญัติว่า ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กัน และดอกเบี้ยนั้นมิได้กำหนดอัตราไว้โดยนิติกรรม หรือโดยบทกฎหมายอันใดอันหนึ่งชัดแจ้งไซร้ ท่านให้ใช้อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี เมื่อสัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์จำเลยกำหนดให้คิดดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดเท่าที่กฎหมายอนุญาตให้เรียกร้องได้ แต่ไม่มีกฎหมายกำหนดอัตราสูงสุดไว้ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระจากจำเลยได้เพียงในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จะนำอัตราดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีสำหรับเงินกู้ยืมมาอนุโลมใช้สำหรับเงินค่าเช่าซื้อค้างชำระโดยมิได้กำหนดกันไว้ในสัญญาได้ไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในเงินค้างชำระในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ทุกประการ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 197 - 199/2515 บริษัทสยามกลการและนิสสัน จำกัด โดยนายปรีชา พรประภาและนายปริญญา พรประภา กรรมการ โจทก์ นายมัด นิสวงษ์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ล. บริษัทสยามกลการและนิสสัน จำกัด โดยนายปรีชา พรประภา และนาย ปริญญา พรประภา กรรมการ โจทก์

รายละเอียดคดี

คู่ความพรประภาและนายปริญญา - บริษัทสยามกลการและนิสสัน จำกัด โดยนายปรีชา · โจทก์ - พรประภา กรรมการ · ล. - นายมัด นิสวงษ์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน · และนาย - บริษัทสยามกลการและนิสสัน จำกัด โดยนายปรีชา พรประภา · โจทก์ - ปริญญา พรประภา กรรมการ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · ชลอ บุปผเวส · เฉลิม กรพุกกะณะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเฉลิม สถิตย์ทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายประพนธ์ ศาตะมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1042/2531ฎีกา 3796/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 1462/2565ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 170/2546ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3414/2541ฎีกา 1800/2511ฎีกา 7122/2545ฎีกา 1561/2520ฎีกา 4225/2529ฎีกา 4873/2528ฎีกา 6695/2548ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 2657/2534ฎีกา 991/2548ฎีกา 4432/2534ฎีกา 85/2540ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 2794/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา