⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2361/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2361/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายที่เกิดจากการที่บุคคลอันเป็นที่รักถึงแก่ความตายได้ แม้ความเสียหายนั้นจะอยู่ในรูปของการที่ต้องจ้างผู้อื่นมาทำงานแทนที่ผู้ตายเคยทำ * ผู้กระทำละเมิดต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิด แม้โจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินก้อนและคำนวณค่าเสียหายในอนาคตเข้ามาด้วยก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำละเมิดเป็นเหตุให้ภริยาโจทก์ถึงแก่ความตายโจทก์นำสืบฟังได้ว่าเมื่อครั้งภริยาโจทก์มีชีวิตอยู่เป็นแม่บ้านจัดการบ้านเรือนด้วยตนเอง เมื่อภริยาโจทก์ถึงแก่กรรมโจทก์ต้องจ้างคนทำงานแทน 2 คนโดยทำหน้าที่ซักผ้า ตักน้ำ ถางหญ้า คนหนึ่งทำครัวกวาดถู-บ้านอีกคนหนึ่ง ดังนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในกรณีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรค3 ประกอบด้วย มาตรา 1453 การที่ศาลกำหนดจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยชดใช้นั้นมิใช่ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายตั้งแต่วันพิพากษา ศาลเป็นแต่กำหนดค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับความเสียหายมาแล้วตั้งแต่วันทำละเมิดและ กฎหมายก็บัญญัติให้ถือว่า จำเลยผิดนัดตั้งแต่วันทำละเมิดจึงต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่จะต้องชดใช้ตั้งแต่วันทำละเมิดการที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินก้อน แม้จะขอค่าเสียหายที่คำนวณในอนาคตเข้ามาด้วย จำเลยก็จะต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันละเมิด (วรรค 2 วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 21/2514)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.206 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.443 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1453

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ขับรถยนต์ประจำทางของห้างหุ้นส่วนสงขลาขนส่งจำเลยที่ ๒ โดยความประมาทเป็นเหตุให้ชนเสาและราวสะพานคอนกรีตตกลงไปในคลองระหว่างทางไปจังหวัดปัตตานีนางละม่อม สุนทรลักษณ์ ซึ่งโดยสารไปในรถถึงแก่ความตายและผู้โดยสารอื่น ๆ ได้รับบาดเจ็บ จำเลยที่ ๑ ถูกศาลพิพากษาจำคุกมีกำหนด ๓ ปี ๖ เดือน ตามคดีแดงที่ ๑๙๘๒/๒๕๐๗ ของศาลจังหวัดสงขลา การกระทำของจำเลยที่ ๑ อยู่ระหว่างทางการที่จ้างของห้างหุ้นส่วนจำกัดสงขลาขนส่งจำเลยที่ ๒ โดยนายไถว หวานจิตร ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการและหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด ส่วนจำเลยที่ ๓ และ ๔ เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด ขอให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมายของโจทก์ในฐานะสามีและบุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะของนางละม่อมผู้ตาย ค่าขาดแรงงานในครัวเรือนและค่าขาดรายได้ของผู้ตายซึ่งมีอาชีพเป็นนายหน้า ค่าทรัพย์สินที่ผู้ตายนำติดตัวไปขณะเกิดเหตุและสูญหาย ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล รวมเป็นเงินซึ่งหักจากได้รับชดใช้จากบริษัทประกันภัยแล้ว ๑๐,๐๐๐ บาท จำนวน ๒๖๕,๒๑๘ บาท และให้ชดใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในจำนวนเงินดังกล่าวนับจากวันละเมิด จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ส่วนจำเลยนอกนั้นให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นเห็นว่า ความประมาทเกิดขึ้นจากการกระทำของจำเลยที่ ๑และผู้ขับขี่รถยนต์บรรทุกสวนทางขึ้นมาบนสะพานเกิดเหตุร่วมกันจึงให้จำเลยที่ ๑, ๒ ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ ๓ ใน ๔ ส่วนในข้อหาเกี่ยวกับทรัพย์สินหายและผู้ตายมีอาชีพนายหน้าฟังไม่ได้พิพากษาให้จำเลยที่ ๑, ๒ ร่วมกันใช้ค่าขาดไร้อุปการะ ค่าปลงศพค่ารักษาพยาบาลผู้ตาย รวมเป็นเงินเมื่อหักจากที่โจทก์ได้รับชดใช้จากบริษัทประกันภัยแล้ว ๑๐,๐๐๐ บาท จำนวน ๑๗,๙๔๒.๗๕ บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันพิพากษา จนกว่าจะชำระเสร็จหากบังคับไม่ได้หรือขาดเท่าใด ให้บังคับเอาแก่นายไกวจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๓, ๔ โจทก์และจำเลยที่ ๒, ๓, ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การตายของนางละม่อมเกิดจากการละเมิดของจำเลยที่ ๑ ฝ่ายเดียว สมควรกำหนดค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมายเพิ่มขึ้นโดยให้นายสว่างโจทก์ได้รับ ๓๕,๐๐๐ บาท นางสาวสุปราณีเป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท เด็กหญิงพิมพรรณเป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท และดอกเบี้ยเห็นสมควรให้คิดนับแต่วันทำละเมิด พิพากษาแก้ ให้จำเลยร่วมกันชดใช้เงินจำนวนดังกล่าว และเงินค่ารักษาพยาบาลผู้ตายจำนวน ๒,๒๕๗ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงิน ๒ จำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๗ ซึ่งเป็นวันทำละเมิดนอกนั้นให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ ๒, ๓, ๔ ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า การละเมิดเกิดขึ้นเพราะความผิดของจำเลยที่ ๑ฝ่ายเดียวเช่นเดียวกับศาลอุทธรณ์ แต่ในเรื่องค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่โจทก์อ้างว่าเป็นการขาดค่าแรงงานนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์นำสืบฟังได้ว่าเมื่อครั้งภริยาโจทก์มีชีวิตอยู่ เป็นแม่บ้านจัดการบ้านเรือนด้วยตนเองเมื่อภริยาโจทก์ถึงแก่กรรม โจทก์ต้องจ้างคนทำงานแทน ๒ คน โดยทำหน้าที่ซักผ้า ตักน้ำ ถางหญ้า คนหนึ่ง ทำครัว กวาดถูบ้าน อีกคนหนึ่ง ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในกรณีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๓ วรรคท้ายประกอบด้วยมาตรา ๑๔๕๓และกำหนดให้เป็นเงินทั้งสิ้น ๔,๘๐๐ บาท ส่วนนางสาวสุปราณีผู้เยาว์ขณะเกิดเหตุมีอายุ ๑๙ ปี ศาลอุทธรณ์ให้ค่าขาดไร้อุปการะเป็นเงิน๑๕,๐๐๐ บาท มากไปเห็นสมควรคิดค่าขาดไร้อุปการะให้เพียง ๙,๐๐๐ บาท ในปัญหาที่ว่า ค่าสินไหมทดแทนในเงินจำนวน ๔,๘๐๐ บาทข้างต้นนี้จำเลยจะต้องเสียดอกเบี้ยตั้งแต่วันใด ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การที่ศาลกำหนดจำนวนค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยชดใช้นั้น มิใช่ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายนับแต่วันพิพากษาศาลเป็นแต่กำหนดค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับมาแล้วตั้งแต่วันทำละเมิด และกฎหมายบัญญัติให้ถือว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่วันทำละเมิดจึงต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่จะต้องชดใช้ตั้งแต่วันทำละเมิด การที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินก้อน แม้จะขอค่าเสียหายที่คำนวณในอนาคตเข้ามาด้วยจำเลยก็ต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันละเมิด พิพากษาแก้ ให้นายสว่างโจทก์ในฐานะสามีผู้ตาย ได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนอีกเป็นเงิน ๔,๘๐๐ บาท ส่วนนางสาวสุปราณีให้ได้รับค่าขาดไร้อุปการะเป็นจำนวนเงินเพียง ๙,๐๐๐ บาท และให้จำเลยเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงินสองจำนวนข้างต้นนับแต่วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๗ ซึ่งเป็นวันทำละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2361/2515 นายสว่าง สุนทรลักษณ์ ในฐานะ ผู้แทนโดยชอบธรรมของนางสาวสุปรานี สุนทรลักษณ์ เด็กหญิงพิมพรรณ สุนทรลักษณ์บุตรผู้เยาว์ โดย นายศุภชัย สุนทรลักษณ์ผู้รับมอบอำนาจ ที่ 1 นายสฤษดิ์ สุนทรลักษณ์ ที่ 2 นายศุภชัย สุนทรลักษณ์ ที่ 3 โจทก์

รายละเอียดคดี

คู่ความในฐานะ - นายสว่าง สุนทรลักษณ์ · สุนทรลักษณ์ - ผู้แทนโดยชอบธรรมของนางสาวสุปรานี · โดย - เด็กหญิงพิมพรรณ สุนทรลักษณ์บุตรผู้เยาว์ · 1 - นายศุภชัย สุนทรลักษณ์ผู้รับมอบอำนาจ ที่ · โจทก์ - นายสฤษดิ์ สุนทรลักษณ์ ที่ 2 นายศุภชัย สุนทรลักษณ์ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม กรพุกกะณะ · ชลอ บุปผเวส · สนับ คัมภีรยส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายถาวร ตันตราภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ ทิพยมนตรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1151/2519ฎีกา 4871/2538ฎีกา 5156/2542ฎีกา 3208/2538ฎีกา 506/2534ฎีกา 717/2536ฎีกา 379/2518ฎีกา 883/2502ฎีกา 8358/2538ฎีกา 6164/2533ฎีกา 1550/2518ฎีกา 5128/2546ฎีกา 4828/2529ฎีกา 1909/2538ฎีกา 292/2502ฎีกา 2217/2524ฎีกา 2558/2532ฎีกา 4302/2528ฎีกา 947/2547ฎีกา 1251/2505ฎีกา 5395/2540ฎีกา 3136/2537ฎีกา 1659/2538ฎีกา 162/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา