⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2510/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2510/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องขอให้ศาลบังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีเดิม จะต้องเป็นการร้องขอที่อยู่ในขอบเขตของข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นเท่านั้น หากมีข้อพิพาทอื่นใดเกิดขึ้นนอกเหนือจากข้อตกลงดังกล่าว ผู้มีสิทธิพึงฟ้องเป็นคดีใหม่เพื่อวินิจฉัยสิทธิต่อไป

ย่อคำพิพากษา

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสามซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้ว ไม่ปรากฏว่ามีบ้านของจำเลยที่ 2ปลูกอยู่ในที่ดินที่ตกลงแบ่งให้จำเลยที่ 3 และมีข้อตกลงให้จำเลยที่ 2รื้อไปได้ การที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอ้างว่ามีบ้านของตนอยู่ในที่ดินนั้นและจะรื้อไป แต่จำเลยที่ 3 ขัดขวาง จึงขอให้ศาลห้ามนั้น เป็นการร้องขอนอกเหนือจากสัญญาประนีประนอมยอมความ หากจำเลยที่ 2จะมีสิทธิในบ้านดังกล่าวประการใด และจำเลยที่ 3 กระทำการขัดขวางอันเป็นการโต้แย้งสิทธิ จำเลยที่ 2 ก็ชอบที่จะต้องฟ้องร้องเป็นคดีใหม่จะร้องขอให้ศาลบังคับในคดีเดิมหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.302 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ เป็นกรณีพิพาทกันในชั้นบังคับคดี เดิมโจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกจากจำเลยทั้งสามและได้ตกลงประนีประนอมกัน โดยจำเลยทั้งสามตกลงให้เงินโจทก์คนละจำนวน โจทก์ไม่ขอเกี่ยวข้องกับมรดก และจำเลยทั้งสามตกลงแบ่งมรดกกันเป็นส่วนสัด เฉพาะที่ดินโฉนดที่ ๗๐๕๓ครึ่งหนึ่งทางด้านตะวันออก กับบ้านเลขที่ ๘๖ ที่ปลูกอยู่บนที่ดินส่วนนั้นได้ตกลงกันให้เป็นของจำเลยที่ ๓ หลังจากศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้วจำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องว่า มีบ้านของจำเลยที่ ๒ ปลูกติดกับบ้านเลขที่ ๘๖ อีก ๒ หลัง จำเลยที่ ๒ จะรื้อไป แต่จำเลยที่ ๓ ขัดขวาง ขอให้ศาลสั่งห้ามจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ คัดค้านว่า เป็นบ้านหลังเดียวกัน และตกเป็นของจำเลยที่ ๓ แต่ผู้เดียว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สภาพบ้านพิพาทเป็นหลังเดียวมีสามหลังคาซึ่งตามสัญญาระบุชัดว่า จำเลยที่ ๓ ได้ที่ดินโฉนดที่ ๗๐๕๓ ด้านตะวันออกครึ่งหนึ่งกับบ้าน แสดงว่าตอนทำสัญญายอมมีบ้านหลังเดียวหากมีหลายหลัง จำเลยที่ ๒ ก็น่าจะทักท้วง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยในคดีนี้ไม่ปรากฏเลยว่ามีบ้านของจำเลยที่ ๒ ปลูกอยู่ในที่ดินส่วนของจำเลยที่ ๓ และมีข้อตกลงให้จำเลยที่ ๒ รื้อไปได้การที่จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องอ้างว่ามีบ้านของจำเลยที่ ๒ อยู่ในที่ดินมรดกซึ่งตกลงกันให้เป็นของจำเลยที่ ๓ จึงเป็นการร้องขอนอกเหนือจากสัญญาประนีประนอมยอมความ หากจำเลยที่ ๒ จะมีสิทธิในบ้านดังกล่าวประการใด และจำเลยที่ ๓ กระทำการขัดขวางอันเป็นการโต้แย้งสิทธิ ก็ชอบที่จำเลยที่ ๒ จะต้องฟ้องร้องเป็นคดีใหม่จะมาร้องขอให้ศาลบังคับในคดีนี้หาได้ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองรับพิจารณาคำร้องของจำเลยที่ ๒ แล้ววินิจฉัยให้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ชอบที่จะยกคำร้องเสียโดยไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษายืนในผลที่ให้ยกคำร้อง แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยที่ ๒จะฟ้องใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2510/2515 นายเชื้อ จ้อนเมือง โจทก์ นายแช่ม จ้อนเมือง ที่ 1 นายสนิท จ้อนเมือง ที่ 2 นางมลิวัลย์ จันทรโอทาน ที่ 3

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเชื้อ จ้อนเมือง · 3 - นายแช่ม จ้อนเมือง ที่ 1 นายสนิท จ้อนเมือง ที่ 2 นางมลิวัลย์ จันทรโอทาน ที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพนธ์ ศาตะมาน · ประสาท สุคนธมาน · แผ้ว ศิวะบวร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ · ศาลอุทธรณ์ - นายขจร หะวานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3996/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1000/2505ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 161/2507ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา