⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 326/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อศาลในคดีอาญาได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงใดไว้แล้ว ข้อเท็จจริงนั้นย่อมผูกพันการวินิจฉัยของศาลในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกัน 2. ตัวแทนย่อมไม่ต้องรับผิดต่อตัวการในกรณีที่ผู้ซื้อไม่ชำระเงินค่าสินค้า หากตัวแทนได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างครบถ้วนแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา เมื่อในคำพิพากษาคดีอาญาซึ่งโจทก์ฟ้องจำเลย ศาลฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยรับพลอยจากโจทก์ไปขายให้ผู้มีชื่อ ผู้มีชื่อชำระเงินค่าพลอยให้มาเป็นเช็ค จำเลยก็นำเช็คทั้งหมดมอบให้โจทก์ ดังนี้ในคดีแพ่งซึ่งโจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าพลอยจากจำเลย โจทก์จะเถียงข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้รับเช็คค่าพลอยไว้จากจำเลยยังไม่ครบถ้วนหาได้ไม่ จำเลยเป็นตัวแทนนำพลอยของโจทก์ไปขายผู้ซื้อชำระค่าพลอยให้มาเป็นเช็คลงวันสั่งจ่ายล่วงหน้า จำเลยก็นำเช็คทั้งหมดมามอบให้โจทก์ เช็คบางฉบับก่อนจะถึงกำหนดวันสั่งจ่าย ผู้ซื้อยังไม่มีเงินในบัญชีของธนาคาร ขอให้จำเลยไปติดต่อกับโจทก์ขอเปลี่ยนเช็คใหม่โดยขยายเวลาออกไปอีก โจทก์ก็ยอม เมื่อโจทก์นำเช็คไปขึ้นเงินจากธนาคารไม่ได้ ได้ใช้ให้จำเลยไปดูพลอยที่ขายในร้านผู้ซื้อเพื่อจะเอาคืนมา จำเลยก็ไปดูให้ เมื่อพบว่าไม่มีสิ่งของในร้านผู้ซื้อเหลืออยู่ จำเลยก็กลับมาแจ้งให้โจทก์ทราบ ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่ตัวแทนครบถ้วนแล้ว จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เป็นเรื่องโจทก์จะต้องว่ากล่าวเอาแก่ผู้สั่งจ่ายเช็ค

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.812

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับพลอยสีจากโจทก์รวมราคา 77,645 บาทเพื่อจำหน่ายโดยคิดค่านายหน้าร้อยละ 10 จำเลยขายหมดแล้วไม่นำเงินมาชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าพลอยพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยเป็นนายหน้าติดต่อให้โจทก์ขายพลอยผู้ซื้อชำระราคาให้โจทก์ครบถ้วนเป็นเช็ค โจทก์รับเงินตามเช็คไม่ได้ กลับกล่าวเท็จสร้างเรื่องฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญา ศาลยกฟ้องคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเช็คค่าพลอยที่จำเลยรับมาขึ้นเงินไม่ได้ถือว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยซึ่งเป็นตัวแทน แต่เช็คจำนวน19,320 บาท ได้โอนเข้าบัญชีนางสาวเยาวภา ประดิษฐ์บาทุกา โดยความรู้เห็นยินยอมของโจทก์ จำเลยไม่ต้องรับผิดพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 58,325 บาทพร้อมดอกเบี้ย โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในมูลกรณีเดียวกับที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้โจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญากล่าวหาว่าจำเลยยักยอกเงินค่าขายพลอยของโจทก์ ดังปรากฏตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7008/2510 ของศาลแขวงพระนครใต้ ในคดีนั้นศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีถึงที่สุดแล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 บัญญัติว่าในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตามสำนวนคดีอาญาดังกล่าว ศาลฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยรับพลอยสีชนิดต่าง ๆ จากโจทก์ไปขายให้นายประเสริฐ นายประเสริฐชำระเงินค่าพลอยให้มาเป็นเช็ค จำเลยก็นำเช็คทั้งหมดมามอบให้โจทก์ โจทก์เองเบิกความว่าจำเลยขายพลอยได้เงินหรือไม่ ไม่ทราบ ที่ว่าจำเลยเบียดบังเอาเงินไปนั้น โจทก์เข้าใจเอาเองพยานหลักฐานของโจทก์ไม่ได้บ่งชี้ว่าจำเลยได้รับเงินแล้วเอาไปเป็นของตนโดยทุจริต ดังนี้เป็นเรื่องที่จำเลยเป็นตัวแทนโจทก์ในการขายพลอย ที่โจทก์ฎีกามาว่าโจทก์รับเช็คไว้จากจำเลยเพียง 2 ฉบับ จำเลยรู้อยู่แล้วว่านายประเสริฐเคยออกเช็คไม่มีเงินยังขืนรับเช็คของนายประเสริฐไว้ ส่อเจตนาไม่สุจริต โดยจำเลยสมคบกับนายประเสริฐฉ้อโกงโจทก์ ถือว่าจำเลยยังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตัวแทนครบถ้วนจึงต้องรับผิดต่อโจทก์นั้น เป็นการเถียงข้อเท็จจริงซึ่งฟังเป็นยุติแล้วว่าโจทก์ได้รับเช็คค่าพลอยไว้ครบถ้วนแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่า เมื่อเช็คที่จำเลยนำมามอบให้โจทก์ผู้สลักหลังเช็คที่โจทก์รู้จักหรือเชื่อถือได้ก็ไม่มี โจทก์ก็ไม่ได้ให้จำเลยสลักหลังไว้ให้ แต่ยอมรับเช็คนั้นไว้ ดูเป็นการผิดปกติวิสัย โจทก์มิได้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา แทนที่โจทก์จะเรียกร้องเอาเงินตามเช็คจากผู้สั่งจ่าย ก็เปลี่ยนรูปคดีมาฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาฐานยักยอกเงินค่าขายพลอยตามสำนวนคดีอาญาของศาลแขวงพระนครใต้ พยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ น่าเชื่อว่าโจทก์ยอมให้ผู้ออกเช็คเปลี่ยนเช็คให้โจทก์ใหม่ และได้ใช้ให้จำเลยสืบสวนดูฐานะของผู้ออกเช็คให้โจทก์จริง ถือได้ว่าจำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่ตัวแทนครบถ้วนแล้ว เมื่อโจทก์เบิกเงินจากธนาคารไม่ได้ ก็เป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องว่ากล่าวเอาแก่ผู้สั่งจ่าย จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์อีก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2515 นายวิชาญ อาศัยธรรมกุล โจทก์ นายอภิสิทธิ์ วิวัฒนเศรษฐ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิชาญ อาศัยธรรมกุล · จำเลย - นายอภิสิทธิ์ วิวัฒนเศรษฐ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แปลก ศิงฆมานันท์ · จินตา บุณยอาคม · จรัญ อิศระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1130/2493ฎีกา 1552/2500ฎีกา 1369/2493ฎีกา 1570/2497ฎีกา 265/2510ฎีกา 5751/2544ฎีกา 9151/2538ฎีกา 875/2492ฎีกา 2168/2518ฎีกา 3793/2535ฎีกา 3350/2529ฎีกา 2347/2531ฎีกา 778/2532ฎีกา 2155/2533ฎีกา 2745/2537ฎีกา 1394/2526ฎีกา 2096/2520ฎีกา 4595/2543ฎีกา 290/2524ฎีกา 2258/2527ฎีกา 4404/2565ฎีกา 3750/2545ฎีกา 2769-2770/2523ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา