⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 410/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ให้เช่าไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่า และผู้เช่าย่อมถูกปิดปากมิให้โต้แย้งอำนาจของผู้ให้เช่าตามสัญญาเช่าที่ตนได้ทำไว้แล้ว

ย่อคำพิพากษา

ในการให้เช่าทรัพย์สินนั้น ผู้ให้เช่าหาจำต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่านั้นเสมอไปไม่ ฉะนั้น เมื่อจำเลยยินยอมทำสัญญาเช่าที่ดินจากโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิและหน้าที่ในฐานะเป็นผู้ให้เช่าและมีอำนาจฟ้องจำเลยฐานผิดสัญญาเช่าได้ จำเลยย่อมถูกปิดปากมิให้คัดค้านโต้แย้งอำนาจของผู้ให้เช่าซึ่งตนยอมรับว่ามีฐานะเช่นนั้นตามสัญญาเช่าซึ่งตนได้ทำไว้กับโจทก์แล้วนั้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินของโจทก์เพื่อปลูกเรือนอยู่อาศัยกำหนด 3 ปี ค่าเช่าเดือนละ 60 บาท จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าโจทก์จึงได้ฟ้องจำเลยและนายบุญส่งบุตรจำเลยฐานผิดสัญญาเช่า เรียกค่าเสียหาย จำเลยและนายบุญส่งได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์และโจทก์ตกลงยอมให้จำเลยเช่าที่ดินต่อไปใหม่ คิดค่าเช่าเดือนละ 60 บาท มีกำหนด 3 ปี นับแต่วันที่1 กุมภาพันธ์ 2509 จำเลยค้างไม่ชำระค่าเช่าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน2510 ถึงธันวาคม 2511 เป็นเวลา 1 ปี 2 เดือน เป็นเงิน 840 บาทโจทก์ทวงถามแล้วจำเลยไม่ยอมชำระ ขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง 840 บาทและค่าเช่าเดือนละ 60 บาทนับแต่เดือนมกราคม 2512ไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทไม่ใช่ของโจทก์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัดคีรีวงศ์ร้าง ซึ่งกรมการศาสนาดูแลรักษาผลประโยชน์ จำเลยรับว่าจำเลยได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์จริงดังฟ้อง แต่จำเลยสำคัญผิดคิดว่าเป็นที่ดินของโจทก์ สัญญาเช่าจึงเป็นโมฆะ เพราะโจทก์ไม่มีหน้าที่ดูแลรักษาผลประโยชน์แทนกรมการศาสนา แม้จำเลยชำระค่าเช่าและทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์แล้วทำสัญญาเช่ากันใหม่ก็ไม่มีผลผูกพันจำเลยโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะโจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน ศาลชั้นต้นงดสืบพยานของคู่ความแล้ววินิจฉัยว่า แม้โจทก์จะไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่ให้เช่า ก็ย่อมทำสัญญาให้เช่าได้ จำเลยจะอ้างว่าเข้าใจผิดว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินหาได้ไม่ โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยได้ พิพากษาให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง 840 บาท กับค่าเช่าอีกเดือนละ60 บาท ตั้งแต่เดือนมกราคม 2512 ไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุดให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การให้เช่านั้นผู้ให้เช่าหาจำต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่านั้นไม่ เมื่อจำเลยยินยอมทำสัญญาเช่าที่รายนี้จากโจทก์ โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิและหน้าที่ในฐานะเป็นผู้ให้เช่าตามสัญญาเช่านั้น เมื่อโจทก์เห็นว่าจำเลยทำผิดสัญญาเช่าโจทก์ผู้ให้เช่าก็ย่อมมีอำนาจที่จะฟ้องจำเลยผู้เช่าได้ ในฐานะที่เป็นคู่สัญญากับจำเลย จำเลยไม่มีสิทธิที่จะคัดค้านโต้แย้งอำนาจของผู้ให้เช่าที่ตนยินยอมทำสัญญาด้วยนั้นได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2515 นายปลั่ง โพธิ์อ่อน โจทก์ นายพรม ปลดทุกข์สิ้น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปลั่ง โพธิ์อ่อน · จำเลย - นายพรม ปลดทุกข์สิ้น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ อิศระ · จินตา บุณยอาคม · แปลก ศิงฆมานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 1036/2506ฎีกา 3601/2526ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 72/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1061/2511ฎีกา 119/2532ฎีกา 2160/2518ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา