⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 598/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดำเนินกิจการฌาปนกิจสงเคราะห์ที่สมาชิกต้องส่งเงินสงเคราะห์ให้แก่สมาคมเมื่อสมาชิกถึงแก่กรรม และสมาคมจะจ่ายเงินสงเคราะห์ให้แก่ผู้รับประโยชน์ ถือเป็นสัญญาประกันชีวิต ซึ่งต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตจากรัฐมนตรี

ย่อคำพิพากษา

การที่สมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันได้เปิดกิจการฌาปนกิจสงเคราะห์ โดยบริษัทนฤมิตธนาคม จำกัดเป็นผู้ดำเนินงานแทน โดยมีข้อตกลงว่าสมาคมจะใช้เงินสงเคราะห์ให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อบุคคลผู้เป็นสมาชิกถึงแก่กรรม ตามจำนวนและเงื่อนไขการจ่ายเงินที่กำหนดไว้ในระเบียบการฌาปนกิจสงเคราะห์ ส่วนสมาชิกก็ผูกพันต้องส่งเงินสงเคราะห์ให้แก่สมาคมตามระเบียบ การดังกล่าวนั้น เช่นนี้ ย่อมเข้าลักษณะเป็นสัญญาประกันชีวิต อันถือได้ว่ากิจการของสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันดังกล่าวเป็นการรับประกันชีวิตโดยสมาคมกระทำการเป็นผู้รับประกันภัยการดำเนินกิจการดังกล่าวนี้ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตจากรัฐมนตรี มิฉะนั้นย่อมเป็นการฝ่าฝืนและมีโทษตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2510 มาตรา 12, 74และเมื่อจำเลยกระทำการแนะนำชักชวนเพื่อให้บุคคลเข้าเป็นสมาชิกซึ่งก็เท่ากับเป็นการกระทำเพื่อให้บุคคลเข้าทำสัญญาประกันชีวิตกับสมาคมดังกล่าว ย่อมเป็นการฝ่าฝืนและมีโทษตามมาตรา 72, 95

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.861 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.889 พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2510 ม.7 พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2510 ม.12 พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2510 ม.72 พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2510 ม.74 พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2510 ม.95

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้จัดการศูนย์ประจำจังหวัดร้อยเอ็ดของบริษัทนฤมิตธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนผู้ดำเนินการจัดหาสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ให้แก่สมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันได้ร่วมสมคบกับพวกที่หลบหนีชักชวนแนะนำให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับผู้ที่มิได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิต ตามพระราชบัญญัติประกันชีวิตพ.ศ. ๒๕๑๐ โดยชักชวนและแนะนำบุคคลให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ของสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตัน ซึ่งบริษัทนฤมิตธนาคมจำกัด เป็นตัวแทนผู้ดำเนินการจัดหาสมาชิก ทั้งนี้ โดยจำเลยกับพวกรู้อยู่แล้วว่าสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันและบริษัทนฤมิตธนาคม จำกัดเป็นผู้ที่มิได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการตามกฎหมาย เป็นเหตุให้บุคคลจำนวนมากสมัครเข้าเป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์กับสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันตามคำชักชวนและแนะนำของจำเลยกับพวกดังกล่าวแล้ว ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๗๒, ๙๕ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๗๒, ๙๕ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ลงโทษจำคุกจำเลย ๑ เดือน ปรับ ๒,๐๐๐ บาท จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง มีกำหนด ๑ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่จำเลยชักชวนแนะนำให้บุคคลเข้าเป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์สมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตัน และสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันรับบุคคลนั้นเข้าเป็นสมาชิกนั้น ไม่มีลักษณะเป็นสัญญาประกันชีวิต จำเลยจึงไม่มีความผิด พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์จำเลยนำสืบว่า สมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันโดยบริษัทนฤมิตธนาคม จำกัด เป็นตัวแทน ได้ดำเนินกิจการฌาปนกิจสงเคราะห์ทั่วประเทศไทย โดยมิได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๑๐ มีสมาชิกประมาณสามหมื่นคน จำเลยเป็นผู้ตรวจการของบริษัทนฤมิตธนาคม จำกัดประจำศูนย์จังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งมีตัวแทนประจำตำบล เพื่อหาสมาชิกมาสมัครที่ศูนย์ ๓๐ คน บริษัทนฤมิตธนาคมจำกัดออกหนังสือโฆษณาชักชวนประชาชนให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ซึ่งมีระเบียบการในหนังสือโฆษณาชักชวนอันเป็นหลักสำคัญ คือ ๑. จัดสมาชิกเป็นกลุ่ม ๆ หนึ่ง ๆ มีจำนวนไม่เกิน ๕,๐๐๐ คน ๒. การเข้าเป็นสมาชิกต้องชำระค่าสมัคร ๒๐ บาท ค่าบำรุง ๖๔ บาทค่าใช้จ่ายของบริษัท ๙๙๘ บาท เงินฝากช่วยฌาปนกิจสมาชิกอื่น ๒๘๘ บาทรวม ๑,๓๗๐ บาท แต่จะผ่อนส่ง ๓ เดือน รวม ๘ ครั้ง ๖ เดือน รวม ๔ ครั้ง๑๒ เดือน รวม ๒ ครั้งก็ได้ โดยต้องชำระค่าใช้จ่ายของบริษัทเพิ่มขึ้นอีก คือผ่อนส่ง ๓ เดือน รวมเป็นเงิน ๑,๑๒๐ บาท ผ่อนส่ง ๖ เดือน รวมเป็นเงิน๑,๐๙๖ บาท ผ่อนส่ง ๑๒ เดือน รวมเป็นเงิน ๑,๐๐๔ บาท เมื่อเงินที่ฝากถูกหักช่วยสมาชิกที่ถึงแก่กรรมลดน้อยลงจนต่ำกว่า ๑๔๐ บาท จะเรียกให้ฝากครบ๑๔๐ บาทอยู่เสมอเมื่อรับเข้าเป็นสมาชิกแล้ว จะออกหนังสือสำคัญให้เป็นหลักฐานยึดถือไว้ ๓. สมาชิกมีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์ฌาปนกิจเมื่อถึงแก่กรรมต่อเมื่อมีอายุการเป็นสมาชิกครบกำหนดดังนี้ ก. ผู้มีอายุไม่เกิน ๖๐ ปี ต้องเป็นสมาชิกครบ ๖ เดือนบริบูรณ์ ข. ผู้มีอายุ ๖๐ ปีถึง ๘๐ ปี ต้องเป็นสมาชิกครบ ๑ ปีบริบูรณ์ ค. ผู้มีอายุเกิน ๘๐ ปีถึง ๙๐ ปี ต้องเป็นสมาชิกครบ ๒ ปีบริบูรณ์ ๔. ทายาทของสมาชิกที่ถึงแก่กรรมจะได้รับเงินช่วยสงเคราะห์ฌาปนกิจดังนี้ ก. สมาชิกอายุ ๒๐ ปีถึง ๖๐ ปี เป็นสมาชิกครบ ๖ เดือน ได้รับ ๕,๐๐๐ บาท ครบ ๒ ปี ได้รับ ๑๐,๐๐๐ บาท ครบ ๕ ปีได้รับ ๑๕,๐๐๐ บาทครบ ๑๐ ปี ได้รับ ๒๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ โดยหักเงินฝากช่วยของสมาชิกในกลุ่มเดียวกันคนละ ๑ บาท ๒ บาท ๓ บาท ๔ บาทตามลำดับ ข. สมาชิกอายุเกิน ๖๐ ปีถึง ๘๐ ปี เป็นสมาชิกครบ ๑ ปี ได้รับ ๕,๐๐๐ บาท ครบ ๒ ปี ได้รับ ๑๐,๐๐๐ บาท ครบ ๕ ปี ได้รับ ๑๕,๐๐๐ บาทครบ ๑๐ ปี ได้รับ ๒๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ โดยหักจากเงินฝากช่วยของสมาชิกในกลุ่มเดียวกันคนละ ๑ บาท ๒ บาท ๓ บาท ๔ บาท ตามลำดับ ค. สมาชิกอายุเกิน ๘๐ ปีถึง ๙๐ ปี เป็นสมาชิกครบ ๒ ปี ได้รับ๑๐,๐๐๐ บาท ครบ ๕ ปี ได้รับ ๑๕,๐๐๐ บาท ครบ ๑๐ ปี ได้รับ ๒๐,๐๐๐ บาททั้งนี้ โดยหักจากเงินฝากช่วยของสมาชิกในกลุ่มเดียวกันคนละ ๒ บาท๓ บาท ๔ บาทตามลำดับ ศาลฎีกาเห็นว่า ระเบียบและวิธีการในกิจการฌาปนกิจสงเคราะห์ของสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตัน มีข้อตกลงจะใช้เงินจำนวนหนึ่งแก่ผู้รับประโยชน์ในเหตุการณ์อันเป็นความมรณะในอนาคตของผู้เป็นสมาชิกโดยสมาคมจะจ่ายเงินสงเคราะห์ตามเงื่อนไขที่ต้องมีอายุสมาชิกขั้นต่ำดังที่กำหนดไว้ และจำนวนเงินสงเคราะห์จะมีจำนวนสูงขึ้นตามลำดับตามระยะเวลาของอายุความเป็นสมาชิกของผู้นั้นเมื่อถึงแก่กรรมดังปรากฏรายละเอียดในเอกสาร จ.๑ ดังกล่าว ส่วนสมาชิกก็ผูกพันที่จะต้องส่งเงินสงเคราะห์ให้แก่สมาคมตามหลักฐานเอกสาร จ.๕ ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นเงินค่าตอบแทนข้อตกลงของสมาคมดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้โดยอาศัยเงื่อนไขความมรณะของบุคคลผู้เป็นสมาชิกนั่นเอง ไม่ว่าจะเรียกเงินทั้งสองประเภทนี้ว่าเป็นเงินสงเคราะห์และเงินฝากช่วยสงเคราะห์ฌาปนกิจ และใช้ชื่อกิจการนี้ว่ากิจการฌาปนกิจสงเคราะห์ก็ตาม ก็เห็นได้แล้วว่าข้อตกลงเช่นนี้เข้าลักษณะเป็นสัญญาประกันชีวิตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๖๑ และมาตรา ๘๘๙ อันย่อมถือว่ากิจการฌาปนกิจสงเคราะห์ของสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันเป็นการรับประกันชีวิตโดยสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันกระทำการเป็นผู้รับประกันภัยนั่นเอง ซึ่งการดำเนินกิจการดังกล่าวนี้ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตจากรัฐมนตรี มิฉะนั้นย่อมเป็นการฝ่าฝืนและมีโทษตามพระราชบัญญัติดังกล่าว เมื่อถือว่าการประกอบธุรกิจของสมาคมพุทธศาสนิกชนวัดไผ่ตันโดยบริษัทนฤมิตธนาคม จำกัด เป็นตัวแทนดำเนินงาน เป็นผู้ประกอบธุรกิจประกันชีวิตกระทำการเป็นผู้รับประกันภัยโดยมิได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าว และข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาฟังได้โดยปราศจากความสงสัยว่าจำเลยซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทนฤมิตธนาคม จำกัดประจำศูนย์จังหวัดร้อยเอ็ด ได้ร่วมกับพวกทำการชักชวนแนะนำบุคคลให้เข้าเป็นสมาชิกสมาคม ซึ่งก็เท่ากับเป็นการกระทำเพื่อให้บุคคลทำสัญญาประกันชีวิตกับสมาคมดังกล่าว ซึ่งมิได้เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันชีวิต จำเลยจึงต้องมีความผิดตามฟ้องฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598/2515 พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์ นายบำรุง รุ่งวิสัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด · จำเลย - นายบำรุง รุ่งวิสัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ บุปผเวส · เฉลิม สถิตย์ทอง · สรรเสริญ ไกรจิตติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายสุเมธ อุปนิสากร · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล เชาว์ดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 105/2525ฎีกา 1299/2521ฎีกา 7339/2537ฎีกา 1746/2540ฎีกา 793/2546ฎีกา 3760/2533ฎีกา 654/2535ฎีกา 2658/2544ฎีกา 1172/2514ฎีกา 806/2518ฎีกา 529/2513ฎีกา 1106/2516ฎีกา 259/2539ฎีกา 10421/2551ฎีกา 6459/2546ฎีกา 3352/2529ฎีกา 115/2521ฎีกา 476/2511ฎีกา 857/2534ฎีกา 1601/2529ฎีกา 5930/2533ฎีกา 1366/2509ฎีกา 1725/2524ฎีกา 1254/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา