⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 639/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 639/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์หรือฎีกาที่กล่าวอ้างว่าคำพิพากษาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องแสดงให้ชัดแจ้งว่าไม่ชอบในข้อใด เพียงใด มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นการกล่าวข้อความลอยๆ และต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ที่ฟ้องฎีกาโจทก์กล่าวเพียงแต่ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยังไม่ชอบด้วยความเห็นของโจทก์ โดยมิได้แสดงให้เห็นว่าไม่ชอบในข้อไหน เพียงใดก็ดี และที่ว่า โจทก์ขอถือเอาคำแก้อุทธรณ์ของโจทก์เป็นฟ้องฎีกาก็ดี ถือได้ว่าเป็นการกล่าวข้อความขึ้นลอย ๆ โดยมิได้กล่าวข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายไว้โดยชัดแจ้งในฎีกา ฟ้องฎีกาของโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของครอบครองที่ดินหนึ่งแปลงซึ่งเดิมเป็นของนายเหลา แล้วนายเหลาขายให้นายพรม โจทก์ซื้อที่ดินนี้จากนายพรม และได้ครอบครองเป็นเจ้าของโดยสงบ เปิดเผย เป็นเวลา6 ปีมาแล้ว จำเลยโต้แย้งสิทธิครอบครองของโจทก์ จึงขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์โดยการซื้อขายและครอบครอง ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าที่พิพาทเป็นที่ดินมี ส.ค.1 และเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินนายเหลาซึ่งเป็นบิดาจำเลยที่ 2 เดิมนายเหลาให้นายพรมนางหล้าปลูกเรือนอยู่อาศัยในที่พิพาท โจทก์ซื้อเฉพาะเรือนจากนายพรมนางหล้าแล้วขอจำเลยที่ 2 อาศัยอยู่ในที่พิพาทตลอดมาเป็นเวลา3 ปี จำเลยไม่พอใจที่จะให้โจทก์อยู่ต่อไป แต่โจทก์กลับโต้แย้งสิทธิครอบครองของจำเลย จึงขอให้ยกฟ้องและสั่งว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยให้ขับไล่โจทก์ออกไปจากที่พิพาท โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่าจำเลยทราบดีแล้วว่าโจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของตลอดมา ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า นายพรมซื้อที่พิพาทจากนายเหลาบิดาจำเลยและได้ครอบครองมาเกิน 1 ปี ต่อมาโจทก์จึงมาซื้อจากนายพรมและได้ครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของอีกหลายปีโจทก์จึงได้สิทธิครอบครองในที่พิพาท พิพากษาห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง และให้ยกฟ้องแย้ง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฎีกาของโจทก์ในข้อ 3 ที่ว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยังไม่ชอบด้วยความเห็นของโจทก์นั้น ถือได้ว่าเป็นการกล่าวข้อความลอย ๆ โดยมิได้แสดงให้เห็นว่าไม่ชอบในข้อไหนเพียงใดให้ชัดแจ้งในฎีกา ส่วนฎีกาในข้อ ก. ที่โจทก์กล่าวเท้าว่าขอถือเอาคำแก้อุทธรณ์ของโจทก์เป็นฟ้องฎีกานั้น จะถือว่าเป็นการกล่าวข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายโดยชัดแจ้งในฎีกาหาได้ไม่ ฟ้องฎีกาโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 639/2515 นายเพียน ฮองอุ้น โจทก์ นายบัว ทาสะโก ที่ 1 นางทา ทาสะโก ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเพียน ฮองอุ้น · จำเลย - นายบัว ทาสะโก ที่ 1 นางทา ทาสะโก ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ อิศระ · จินตา บุณยอาคม · อัศนี เกาไศยนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 100/2540ฎีกา 5806-5807/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา