คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 864/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์มีอำนาจให้ความยินยอมในการรับบุตรบุญธรรม และสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปทำการจดทะเบียนแทนได้
ย่อคำพิพากษา
ผู้ปกครองของผู้เยาว์ตามคำสั่งศาลย่อมเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์มีอำนาจที่จะให้ความยินยอมในการรับบุตรบุญธรรมฉะนั้นเมื่อผู้แทนโดยชอบธรรมได้แสดงเจตนาให้ความยินยอมในการที่จะให้ผู้อื่นรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมแล้วผู้แทนโดยชอบธรรมย่อมตั้งตัวแทนไปทำการจดทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมแทนตนได้ เพราะการลงชื่อในทะเบียนเป็นเพียงแบบพิธีของกฎหมายเท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นบิดาของนางบริบาลเวชกิจซึ่งได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว ก่อนถึงแก่กรรมนางบริบาลเวชกิจได้จดทะเบียนรับจำเลยที่ 2 เป็นบุตรบุญธรรม ขณะที่นางบริบาลเวชกิจยื่นคำร้องขอจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมนั้น จำเลยที่ 2 อายุประมาณ 1 ขวบเศษจึงจำต้องให้นายแพทย์สร เมตติยวงศ์ ผู้ปกครองของจำเลยที่ 2 ตามคำสั่งศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางเป็นผู้ลงชื่อในคำร้องแทนจำเลยที่ 2 โดยตนเอง เพราะเป็นสิทธิเฉพาะตัว แต่นายแพทย์สรกลับมอบให้นางสาววิไลอุ่นบุญเรือน เป็นผู้ทำการจดทะเบียนแทน ทั้งนายแพทย์สรมิได้ลงชื่อในทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมโดยตนเอง การจดทะเบียนจึงไม่สมบูรณ์และจำเลยที่ 2 ไม่ใช่บุตรบุญธรรมของนางบริบาลเวชกิจ หลังจากนางบริบาลเวชกิจถึงแก่ความตายแล้ว จำเลยได้ขอให้พนักงานอัยการทำคำร้องขอให้ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้ปกครองจำเลยที่ 2 ซึ่งในที่สุดศาลก็ได้ตั้งให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ปกครองจำเลยที่ 2 โจทก์ทราบเรื่องเมื่อคดีเสร็จไปแล้ว จึงไม่อาจคัดค้านได้ ต่อมาจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ปกครองของจำเลยที่ 2 ได้จัดการรวบรวมทรัพย์สินอันเป็นมรดกของนางบริบาลเวชกิจซึ่งควรตกทอดได้แก่โจทก์กับภรรยา จึงทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลสั่งแสดงว่าจำเลยที่ 2 มิได้เป็นบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมายของนางบริบาล เวชกิจ และห้ามมิให้จำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดกของนางบริบาลเวชกิจต่อไป
จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า นายแพทย์สรผู้ปกครองจำเลยที่ 2 มอบอำนาจให้ผู้อื่นมาทำการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมแทนได้ เพราะไม่มีกฎหมายห้ามไว้โดยชัดแจ้ง การจดทะเบียนรับจำเลยที่ 2 เป็นบุตรบุญธรรมจึงชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า นายแพทย์สรซึ่งเป็นผู้ปกครองของจำเลยที่ 2ตามคำสั่งศาลย่อมเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของจำเลยที่ 2 มีอำนาจที่จะให้ความยินยอมในการรับบุตรบุญธรรม ในสำเนาใบมอบอำนาจในการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม และสำเนาหนังสือแสดงความยินยอมของผู้แทนโดยชอบของผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมซึ่งโจทก์ส่งศาลพร้อมกับฟ้อง อันเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องโจทก์เอง มีระบุว่านายแพทย์สรเห็นสมควรอนุมัติและยินยอมให้นางบริบาลเวชกิจรับจำเลยที่ 2 เป็นบุตรบุญธรรมได้ ดังนี้ จึงย่อมมีความหมายเท่ากับว่านายแพทย์สรได้แสดงเจตนาให้ความยินยอมในการรับเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว ส่วนนางสาววิไลนั้นเป็นแต่เพียงผู้ได้รับมอบให้ไปลงชื่อตามระเบียบของวิธีการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมแทนนายแพทย์สรเท่านั้นเอง หาได้มีอำนาจที่จะตกลงได้ตามอำเภอใจว่าจะให้ความยินยอมหรือไม่ให้ความยินยอมแต่ประการใดเลย การลงชื่อในทะเบียนดังกล่าวจึงเป็นเพียงแบบพิธีของกฎหมาย หาได้มีลักษณะที่เป็นกิจการซึ่งต้องกระทำโดยตนเองโดยเฉพาะตัวแต่อย่างใดไม่ พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 864/2515
พันตรีหลวงสมรภูมิพิชิต โจทก์
นายบังเอียน โลหคุปต์ ที่ 1 เด็กหญิงนุ้ย หรือสุมาลัย ลวางกูร จำเลย
โดยนายบังเอียน โลหคุปต์ ผู้ปกครอง) ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พันตรีหลวงสมรภูมิพิชิต · จำเลย - นายบังเอียน โลหคุปต์ ที่ 1 เด็กหญิงนุ้ย หรือสุมาลัย ลวางกูร · จำเลย - โดยนายบังเอียน โลหคุปต์ ผู้ปกครอง) ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลอ จามรมาน · ดวง ดีวาจิน · ประพจน์ ถิระวัฒน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา