⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 882/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2515

ป.พ.พ. ม.237 · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยได้ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้แล้ว เจ้าหนี้จะไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมที่จำเลยได้กระทำไปโดยมุ่งประสงค์จะให้เจ้าหนี้ไม่ได้รับชำระหนี้อันเป็นที่เสียหายแก่เจ้าหนี้ได้อีกต่อไป

ย่อคำพิพากษา

การฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 237 นั้น หากจำเลยนำเงินกู้ตามคำพิพากษามาวางศาล เพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์แล้ว โจทก์ก็ไม่อยู่ในฐานะเป็นเจ้าหนี้จำเลยอันจะขอให้เพิกถอนต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ซึ่งทำสัญญากู้ไปจากโจทก์สามคราวเป็นเงิน ๒๒,๕๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน๒๕,๓๑๒.๕๐ บาท กับขอให้สั่งเพิกถอนนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินที่ ๔๙ ระหว่างจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และเป็นการเอาเปรียบโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ หากไม่สามารถเพิกถอนได้ ก็ให้จำเลยใช้เงิน ๒๕,๓๑๒.๕๐ บาทแก่โจทก์ และให้จำเลยเสียดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีในเงินต้น ๒๒,๕๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินจำนวน ๒,๕๐๐ บาทไปจากโจทก์จริง ไม่เคยกู้เงินครั้งที่ ๒ และที่ ๓ จำเลยที่ ๓ ให้การว่ารับซื้อนาพิพาทจากจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นเงิน๒๐,๐๐๐ บาทโดยสุจริต และได้จดทะเบียนต่อพนักงานที่ดินไม่ปรากฏว่าโจทก์หรือผู้ใดคัดค้าน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้หนี้เงินกู้แก่โจทก์ ๒,๕๐๐ บาทกับดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้เพิกถอนนิติกรรมสัญญาขายที่นาพิพาทระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๓คำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลชั้นต้นว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไปครั้งเดียว ๒,๕๐๐ บาท และเห็นว่าหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วจำเลยที่ ๑ ได้นำเงินมาวางต่อศาลเพื่อชำระให้โจทก์ตามคำพิพากษาแล้วไม่มีหนี้อันใดที่จำเลยที่ ๑ จะต้องชำระให้โจทก์อีก โจทก์มิใช่ผู้เสียหายแล้วย่อมไม่มีประโยชน์ที่ศาลอุทธรณ์จะสั่งให้เพิกถอนนิติกรรมสัญญาขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๓ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่าไม่ต้องเพิกถอนนิติกรรมสัญญาขายที่พิพาทระหว่าง จำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๓นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงอย่างเดียวกับศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๒,๕๐๐ บาท และเห็นว่าเมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ได้นำเงิน ๒,๕๐๐ บาทมาวางต่อศาลเพื่อชำระให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาพร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความหมดสิ้นแล้ว จึงไม่อยู่ในฐานะเป็นเจ้าหนี้จำเลยอันจะขอให้เพิกถอนการโอนขายที่พิพาทระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๓ ได้อีกต่อไปข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ชอบด้วยรูปคดีแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2515 นายเสงี่ยม เสนามนตรี โจทก์ นายสี สีชา ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสงี่ยม เสนามนตรี · จำเลย - นายสี สีชา ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย รชตะนันทน์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · เพรียบ หุตางกูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายเสวก จันทร์ผ่อง · ศาลอุทธรณ์ - นายธวัช สิทธิชัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2345/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 635/2511ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา