⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 895/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2515

ป.อาญา ม.335, 352 · ป.วิ.อาญา ม.192

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเก็บทรัพย์สินที่หลุดลอยไปแล้วนำไปซุกซ่อนเบียดบังเอาเป็นของตน ถือเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินหาย ซึ่งศาลจะลงโทษจำเลยได้ต่อเมื่อเป็นข้อที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกันลักเรือ (สองลำ)ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 83 ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยเก็บเรือซึ่งหลุดลอยอยู่ในแม่น้ำแล้วนำไปซุกซ่อนเบียดบังเอาเป็นของตน อันเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินหายจึงเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณา ไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษ ศาลย่อมจะลงโทษจำเลยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจร่วมกันลักเรือบดของนายเฮง บัวทองหนึ่งลำ กับเรือบดของนายบุญรอด แก่นจันทร์หอม อีกหนึ่งลำ ซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลของนายเฮง บัวทอง ไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 83 จำเลยให้การปฏิเสธ นายเฮง บัวทอง ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยได้กระทำผิดตามฟ้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อเท็จจริงน่าจะเป็นเรื่องจำเลยเก็บเรือหลุดลอยมาโดยไม่ทราบว่าเป็นของใคร แล้วเบียดบังเอาไว้เป็นประโยชน์ตนโดยทุจริต ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ พนักงานอัยการโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ไม่ได้มีพยานรู้เห็นขณะที่เรือของกลางได้หายไปจากที่ที่นายเฮงโจทก์ร่วมได้จอดไว้ คดีฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้พาเรือของกลางซึ่งหลุดลอยอยู่ไปซุกซ่อนไว้เพื่อนำไปขายต่อ กรณีอาจจะเป็นโดยคนร้ายลักไปก็ได้ หรือเรือนั้นอาจจะหลุดลอยไปเองก็ได้ เพราะอาจเป็นไปได้ว่านายเฮงโจทก์ร่วมอาจจะใส่กุญแจโซ่ล่ามเรือไว้ไม่เรียบร้อยจึงหลุดลอยไปเองก็ได้ เรือซึ่งหลุดลอยอยู่เป็นทรัพย์สินหายซึ่งจำเลยเก็บได้แล้วเบียดบังเอาเรือนั้นไว้เป็นของตน จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณา ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษ ฉะนั้น เมื่อข้อเท็จจริงที่ได้ความปรากฏในทางพิจารณา ไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์จะขอให้ลงโทษแล้ว เช่นนี้ ศาลย่อมจะลงโทษจำเลยไม่เกินกว่าคำขอของโจทก์มิได้ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2515 อัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นายเฮง บัวทอง โจทก์ นายวอน คำดี ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดลพบุรี · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นายเฮง บัวทอง · จำเลย - นายวอน คำดี ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ จามรมาน · ดวง ดีวาจิน · ประพจน์ ถิระวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา