⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1100/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1100/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายลหุโทษที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ทำให้สิทธินำคดีมาฟ้องระงับไป พนักงานอัยการจึงยังคงมีสิทธิฟ้องจำเลยในความผิดที่มิใช่ลหุโทษได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทเป็นทั้งความผิดลหุโทษและที่มิใช่ลหุโทษ แต่ชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนตั้งข้อหาในความผิดลหุโทษแต่บทเดียวแล้วเปรียบเทียบปรับไป ถือว่าเป็นการเปรียบเทียบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ทำให้คดีเลิกกันอันเป็นเหตุให้สิทธินำคดีมาฟ้องระงับไป พนักงานอัยการมีสิทธิฟ้องจำเลยในความผิดที่มิใช่ลหุโทษอีกได้ คืนเกิดเหตุมีการชุมนุมกันกระทำพิธีสวดมนต์ทำบุญฉลองกระดูกผู้ตายตามพุทธศาสนาบนหอสวดมนต์ จำเลยขึ้นมาส่งเสียงเอะอะอื้อฉาว ซ้ำยังกล่าวว่า พระนี่ยุ่งจริงพระไม่มีความหมายแล้วจำเลยนั่งลงใช้มือตบกระดาน 7-8 ครั้งและชักปืนพกออกจากเอวมาถือไว้ หันปากกระบอกปืนมาทางพระแล้วปืนตกลงยังพื้นหอสวดมนต์ การกระทำของจำเลยดังกล่าวถึงแม้ผู้ที่ไปชุมนุมกันจะไม่มีปฏิกิริยาวุ่นวายขึ้นก็ตาม ก็ยังถือได้ว่าเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 207

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.37 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.143 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.207 ประมวลกฎหมายอาญา ม.371 ประมวลกฎหมายอาญา ม.378

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ก่อให้เกิดวุ่นวายขึ้น โดยใช้ปืนจ้องปากกระบอกตรงไปที่พระมหาวิบูลย์ในที่ประชุมศาสนิกชน เวลาประชาชนกระทำพิธีกรรมทำบุญสวดมนต์ฉลองกระดูกผู้ตายตามพุทธศาสนา และจำเลยยังได้พกพาอาวุธปืนสั้น ๑ กระบอกไปในที่ชุมนุมชนดังกล่าว โดยไม่มีเหตุอันสมควรขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๗, ๓๗๑ และสั่งริบอาวุธปืนของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๗, ๓๗๘ ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ในชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนตั้งข้อหาว่าจำเลยเสพสุราเป็นเหตุให้ตนเมาประพฤติวุ่นวายครองสติไม่ได้ในที่สาธารณะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๘ พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับจำเลยในความผิดฐานนี้แล้ว สิทธิที่โจทก์จะนำคดีมาฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๗ ฐานก่อให้เกิดความวุ่นวายในที่ประชุมศาสนิกชน ซึ่งเป็นกรรมเดียวกันนั้นเป็นอันระงับไปแต่จำเลยยังมีความผิดในข้อหาฐานพาอาวุธปืนไปในที่ชุมนุมชนโดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งเป็นความผิดต่างกรรมกัน พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ลงโทษปรับ ๑๐๐ บาทข้อหาอื่นให้ยก ส่วนอาวุธปืนของกลางเป็นปืนมีทะเบียน ยังไม่เห็นสมควรให้ริบ โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่มีความเห็นแย้ง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยในกรณีนี้เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท คือ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๐๗ ฐานก่อให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในที่ชุมนุมศาสนิกชน บทหนึ่งกับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๘ ฐานเสพสุราเมาประพฤติตนวุ่นวายครองสติไม่ได้ในสาธารณสถานอีกบทหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๐ ให้ใช้กฎหมายบทที่หนักที่สุดลงโทษ จึงต้องลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๗ ซึ่งมิใช่ความผิดลหุโทษ พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับจำเลย แม้จะเปรียบเทียบปรับไปแล้วตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๘ ก็เป็นการไม่ชอบ และผิดความมุ่งหมายของกฎหมายคดียังไม่เลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๓๗ โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยในความผิดตามมาตรา ๒๐๗ ได้ สำหรับข้อหาตามมาตรา ๒๐๗ ฟังได้ว่า คืนเกิดเหตุนางสาวถนอมนิมนต์พระมาสวดมนต์ทำบุญฉลองกระดูกนางผ่อง โดยมีพรรคพวกของนางสาวถนอมอีกหลายคนชุมนุมกันกระทำพิธีตามพุทธศาสนา จำเลยได้ขึ้นมาบนหอสวดมนต์ในลักษณะมึนเมาสุรา ส่งเสียงเอะอะอื้อฉาวซ้ำยังกล่าวว่า พระนี่ยุ่งจริง พระไม่มีความหมาย แล้วจำเลยนั่งลง ใช้มือตบกระดานดัง ๆ ๗-๘ ครั้ง และชักปืนพกสั้นออกจากเอวมาถือไว้ หันปากกระบอกปืนมาทางพระมหาวิบูลย์ แล้วปืนตกลงยังพื้นหอสวดมนต์ ได้มีคนเข้ามาเก็บเอาปืนพาจำเลยลงไปจากหอสวดมนต์การกระทำของจำเลยดังกล่าวประกอบกันถึงแม้ผู้ที่ไปชุมนุมกันจะไม่มีปฏิกิริยาวุ่นวายขึ้นก็ตามก็ยังถือได้ว่าเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๐๗ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ในกระทงความผิดเรื่องประพฤติตนวุ่นวายนั้น จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๐๗ อีกบทหนึ่งด้วย ให้ปรับจำเลยตามมาตรา ๒๐๗ อันเป็นบทหนักและกระทงหนักที่สุด เป็นเงิน ๔๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1100/2516 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นายพุด อินทบุตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี · จำเลย - นายพุด อินทบุตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รัตน์ ศรีไกรวิน · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · สมคิด มงคลชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายสุภัทร หรหมประสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพิศิษฐ์ เทศะบำรุง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1656/2512ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 19406/2555ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 1979/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 1303/2568ฎีกา 2766/2546ฎีกา 1499/2531ฎีกา 8833/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา