⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1381/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1381/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีกฎหมายใหม่ที่แก้ไขเพิ่มเติมอัตราโทษให้เบาลงกว่ากฎหมายเดิม และกฎหมายใหม่นั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ศาลฎีกาต้องนำกฎหมายใหม่มาใช้บังคับแก่จำเลย และมีอำนาจพิพากษาแก้ตลอดไปถึงจำเลยที่ไม่ได้ฎีกาด้วยได้ หากเป็นเหตุที่อยู่ในลักษณะคดี

ย่อคำพิพากษา

ศาลล่างพิพากษาลงโทษจำเลย 4 คน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรค 4 จำเลยคนหนึ่งฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลล่าง แต่เมื่อคดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาได้มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11ออกใช้บังคับ ข้อ 14ของประกาศดังกล่าวได้แก้ไขอัตราโทษของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรค 4 ให้เบาลง ซึ่งเป็นกฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องนำประกาศของคณะปฏิวัติมาใช้แก่จำเลยและเมื่อศาลฎีกาพิพากษาแก้บทเป็นให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรค 4 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ข้อ 14 ศาลฎีกาย่อมพิพากษาแก้ตลอดไปถึงจำเลยอีก 3 คนที่ไม่ได้ฎีกาด้วยได้เพราะเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ม.14 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจร่วมกันปล้นทรัพย์ของนายมูล ไกรยะราชโดยมีปืนเป็นอาวุธ และยิงปืนขู่เข็ญ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย และนับโทษจำเลยที่ ๑ต่อจากคดีอาญาดำที่ ๓๘๗/๒๕๑๓ ของศาลจังหวัดเลย จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ ภายหลังจำเลยที่ ๕, ๖ ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่ รับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑, ๔, ๕, ๖ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ จำคุกคนละ ๒๐ ปี จำเลยที่ ๖ รับสารภาพเพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน จึงไม่ลดโทษให้ ส่วนจำเลยที่ ๕ มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ ๔ ปี เหลือจำคุก ๑๖ ปี ให้จำเลยทั้งสี่ดังกล่าวร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๖,๔๑๕ บาทแก่เจ้าทรัพย์ นับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากโทษในคดีอาญาแดงที่ ๓๗๒/๒๕๑๓ของศาลจังหวัดเลย ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒, ๓ จำเลยที่ ๑ ผู้เดียวอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลล่างว่า จำเลยที่ ๑ ได้ร่วมกระทำการปล้นทรัพย์จริงดังโจทก์ฟ้อง และวินิจฉัยต่อไปว่า แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ นั้น ย่อมเข้าใจได้ว่าหมายถึงมาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ เมื่อคดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาได้มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ออกใช้บังคับ ข้อ ๑๔ ของประกาศดังกล่าวได้แก้ไขอัตราโทษของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ ให้เบาลงเป็นกฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องนำประกาศของคณะปฏิวัติมาปรับบท และโดยที่เป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี ย่อมมีผลตลอดถึงจำเลยอื่นซึ่งมิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาด้วย แต่โทษที่ศาลล่างกำหนดไว้นั้น เหมาะสมแล้ว พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในบทที่ให้ลงโทษจำเลยเป็นว่าให้ลงโทษจำเลยที่ ๑, ๔, ๕ และ ๖ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ข้อ ๑๔ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1381/2516 พนักงานอัยการจังหวัดเลย โจทก์ นายสมพงษ์ รามศิริ กับพวกรวม 6 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเลย · จำเลย - นายสมพงษ์ รามศิริ กับพวกรวม 6 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเลย - นายอำนวย เปล่งวิทยา · ศาลอุทธรณ์ - นายศวิต สมหวัง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2018/2526ฎีกา 1597/2532ฎีกา 927/2490ฎีกา 5414/2536ฎีกา 2499/2543ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3948/2566ฎีกา 9/2496ฎีกา 1908/2528ฎีกา 333/2527ฎีกา 599/2532ฎีกา 6355/2544ฎีกา 726/2487ฎีกา 1637/2528ฎีกา 6028/2552ฎีกา 6786/2551ฎีกา 7362/2538ฎีกา 778/2519ฎีกา 1360/2509ฎีกา 1668/2522ฎีกา 730/2509ฎีกา 2274/2525ฎีกา 947/2526ฎีกา 594/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา